FD2rFS's profileInteresting knowledge in...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ลีลาบนลานน้ำแข็ง2-หมุน ภาคสองความเดิมตอนที่แล้ว... ได้เขียนเกี่ยวกับการเข้าจังหวะหมุน และท่าหมุนพื้นฐานในระดับแรกๆไปเรียบร้อยแล้วโดยทั้งหมดเป็นท่ายืนปกติ [Upright Spins] แม้ว่าจะมี layback เข้ามา แต่ก็ไม่ได้ทุกคนที่จะอ่อนปวกเปียกม้วนไปข้างหลังจนหัวอยู่ต่ำกว่าก้นขนาดนั้น ง่ายๆคือถ้าลำตัวยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าก้นก็จัดเป็นท่ายืนไปซะ ไม่ว่าจะท่าหมุนใดก็ตาม การเข้าจังหวะหมุนจะเหมือนๆกัน ส่วนของจังหวะเข้านี้ ไปอ่านได้ในตอนที่แล้วนะจ๊ะ ^^
ฉบับนี้ เราจะพูดถึงท่าหมุนที่ไม่ค่อยจะปกติกันบ้าง แม้ว่าท่าพวกนี้จะมีการประยุกต์ไปต่างๆนาๆเล็กๆน้อยๆ (เยอะไปมั้ย -_-“) แต่ในที่นี้จะพูดถึงแค่ท่าที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมว่าเป็นท่าที่จำเป็นในการสอบเลื่อนระดับขั้นก็แล้วกัน มาเริ่มกันดีกว่า
SIT SPIN ท่าในตระกูลนี้เป็นท่าหมุนที่จัดว่าง่าย แต่อาศัยความแข็งแรงของขาสูง(มาก) เพราะเป็นท่านั่งหมุน จังหวะนั่งลงไปน่ะ ไม่ยากหรอก แต่ลงแล้วให้ไม่ล้มน่ะยากระดับนึง ยิ่งตอนลุกด้วยแล้วยิ่งต้องอาศัยความแข็งแรงของขาในการลุกขึ้นมาทำจังหวะออกด้วยเนี่ยสิ ท่าประเภทนี้อาจจะมีการปรับให้พิสดารไปจากมาตรฐานไม่มากก็น้อย โดยหลักๆแล้วจะแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ - Forward Sit Spin - Back Sit Spin - Sit change Sit - Flying Sit Spin ส่วนของการเริ่มก็อย่างที่บอกว่าเข้าไปดูในสอนหมุนภาคแรก ส่วนความแตกต่างของแต่ละท่าคือ สองท่าแรก [Forward & Back Sit Spin] จะต่างกันที่ขาข้าบงที่เป็นแกนหมุนเหมือนกับท่า Scratch Spin น่ะแหละ ส่วนของการฝึก... Off-ice
อ่อ อย่าลืมทำทั่งสองข้างนะ ไม่ว่าจะฝึกลำดับไหนก็ตาม ^^
On-ice ฝึหบนลานเสก็ตจากท่า Shoot-the-duck จะเป็นท่านั่งที่เขาอยู่ใกล้กับคาง เรียกว่าพับติดตัวเราเลยแต่ขาอีกข้างจะเหยียดตรงไปข้างหน้า ส่วนการทำก็มีทั้งแบบนั่งลงไปแล้วค่อยเหยียดขา หรือเหยียดขาพร้อมๆกับย่อลงก็ได้ แต่แนะนำว่าทำท่าแรกจะดีกว่า ^^ จะได้ไม่เจ็บเข่ามาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่หมุนได้แล้วและต้องซ้อมพวกท่ากระโดดด้วย ฝึกท่านี้ให้ช่วงที่นั่งสามารถได้ระยะทางที่ไกลขึ้นๆ หรือคุมน้ำหนักให้ทรงตัวได้แล้วมาเข้าจังหวะหมุนกันดีกว่า จากที่สังเกตมีสองแบบคือเข้าด้วยการเริ่มจาก one-footed spin ขาไม่ไขว้กันนะ ค่อยๆเหยียดออกมาด้านหน้า ยกให้สูงขึ้นพร้อมกับย่อตัวลงมาเป็นท่านั่งเหมือนกับการฝึกท่า shoot-the-duck ที่บอกไปแล้วด้านบน กับอีกแบบคือการลากขาที่เหยียดไปด้านหลังในจังหวะที่หักมุมล็อกหัวจิกเข้าจังหวะหมุน ปัดขามาด้านหน้าพร้อมกับย่อเข่าลงมาเป็นท่านั่ง ระยะของการย่อของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันนะ ในกรณีของคนที่ฝึกใหม่ๆอาจจะทรงตัวอยู่ยาก ย่อลงได้ไม่เยอะ ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเริ่มทรงตัวได้ หรือขาแข็งแรงขึ้นก็ลองค่อยๆย่อลงมากกว่าเดิมก็ได้ ท่านี้สามารถเรียกคะแนนได้ดีหากลงได้สุด อ่อ แล้วอย่าแปลกใจไปถ้าเห็นบางคนอาจจะมีการฝึกที่แปลกไป เช่น การหมุนเป็น Two-footed Spin แล้วย่อลงมาเป็นท่านั่ง อันนี้ก็ต้องอยู่ที่ว่าตัวเองถนัดแบบไหน แต่จริงๆแล้วหมุน two-footed แล้วเข้าเป็น sit spin น่ะ ยากกว่าเข้าเป็นขาเดียวนะ ^^
CAMEL SPIN
ท่านี้อาศัยพื้นฐานหลักๆคือการทรงตัวที่ดี (มากๆ) ส่วนท่านี้ก็มีการประยุกต์ออกไปเป็นหลายๆแบบเหมือนกัน เท่าที่ตำราเค้าเขียนๆไว้มี - Forward Camel Spin - Back Camel Spin - Catch Foot Camel Spin - Curly Camel Spin - Camel change Camel - Flying Camel Spin ส่วนล่าสุดมี Yu-na Camel (เห็นคนที่โพสใน YouTube เขยนกันแบบนี้อะนะ) เป็นท่าหมุน Camel แสมกับ Layback น่ะ แต่ดูๆแล้วจัดว่าน่าจะยากนรกถ้าหมุนได้ไม่เก่งจริง เอาเป็นว่ามาฝึกท่า Camel ปกิกันก่อนแล้วค่อยไปฝำท่าพิสดารในตอนต่อๆไปแล้วกัน
Off-Ice ท่านี้ต้องใช้ความยืดหยุ่นตัวเล็กน้อย ^^ เพราะฉะนั้นยืดขาให้กางได้เยอะๆดัดหลังให้อ่อนซักเล็กน้อย (ถ้าไม่จำเป็นต้องทำ Layback หุหุ) ระหว่างนี้ที่ยังไม่ได้เอาการฝึกท่าที่ช่วยให้ร่างกายมีความอ่อนตัวมากขึ้นก็จะลงให้คร่าวๆไปก่อน ท่านี้อาศัยขาที่สามารถกางได้เกินมุมฉาก แน่นอนว่าควรจะทำได้มากกว่า 90 เพื่อให้สามารถยกขาให้ท่านี้ออกมาสวยงามได้ จริงๆลองไปดูในส่วนของท่าวอร์มจากบท ก่อนจะไปเสก็ต 4 ก็ได้นะ ล่างๆหน่อยจะมีท่า Spiral บอกไว้อยู่ ถึงจะไม่เยอะ ไม่ละเอียด แต่น่าจะพอนึกภาพออกได้บ้าง ฝึกท่านี้แหละ ทั้งในลานและนอกลาน สำหรับนอกลานคงไม่ยากถ้าจะฝึกให้ยืนท่านั้นได้นานขึ้นทีละนิด ส่วนในลานก็ทำท่านี้เป็นเส้นตรง หรืออย่างน้อยก็คุมเท้าได้บ้าง ^^
On-ice ฝึกจากท่า Spiral ทรงตัวให้ขาที่ยกไม่ตก หรือไม่ขยับขึ้นๆลงๆมากนักแล้วค่อยฝึกเข้ากับท่าหมุน ส่วนการเข้าเห็นอยู่แบบเดียวนะ เท่าที่เห็นๆ คือ จากจังหวะที่ลากขาน่ะ ลดระดับตัวลงมาจนขนานพื้น ส่วนขาก็ค่อยๆยกขึนไปขนานพื้น เรียกว่าสลับกัน กดลำต้วลงพร้อมกับยกขาข้างที่เป็น Freeleg ขึ้น ส่วนเท้าหักมุมเหมือนทำ Three-turn ในจังหวะที่แรงส่งเข้าจังหวะหมุนเริ่มช้าลงเล็กน้อย จังหวะที่ขึ้นไปแล้วก็ทรงตัวให้ดีๆ โดยน้ำหนักจะทิ้งลงไปที่เบลดด้านนอกมากกว่า ลืมบอกไปว่าเป็น Forward Camel spin นะ (ขาซ้ายเป็นแกนหมุน ส่วนขาขวายกขนานพื้น) ส่วนท่า Back Camel ไว้จะต่อให้นะ แต่จริงๆก็ไม่ได้ต่างกันมาก ลองดูไปก่อนก็ได้นะ เหอ เหอ
BACK CAMEL SPIN
ท่านี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ ที่บอกไว้ข้างบนมากนัก จะต่างกันแค่ อย่างแรกคือ ขาที่เป็นแกนหมุนจะใช้เป็นอีกข้าง คือข้างขวา (สำหรับรายที่หมุนทวนเข็มนาฬิกา) และท่าเข้า ที่เรียก Spin Entry ที่เข้าเหมือน Back Scratch ปกติ (เท้าจะเป็นหักมุม เหมือน 3-turn) ส่วนลำตัวกดช่วงเอวลงสวนกับยกข้างที่เป็น free leg ขึ้น
โดยปกติแล้ว คนที่ฝึกใหม่ๆจะใช้สันเบลดด้านในเวลาหมุนท่านี้ เท่ากับเป็นการหมุนไปด้านหลัง แต่สำหรับขั้นที่สูงขึ้นจะมีการพลิกเบลดเป็นด้านนอกและจะกลายเป็นหมุนไปด้านหน้าแทน ประโยชน์ของการเปลี่ยนเป็นการใช้สันด้านนอกในการหมุนคือจะช่วยให้ตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อย จะดูสง่ากว่าและยังช่วยให้ความเร็วในการหมุนเพิ่มขึ้นด้วย ในทางกลับกัน ถ้าเป็น Back Camel จะกลับเป็นใช้สันด้านในของขาขวา และทิศของการหมุนจะเป็นการหมุนไปด้านหน้า (ในกรณีที่หมุนทวนเข็มนาฬิกาปกติ) [Glossary ใน Skate Journal]
ส่วนท่าอื่นๆที่จัดอยู่ในหมวดนี้โพสไว้ในบทท่าประยุกต์
จากส่วนนี้ไป ขอเป็นเวอร์ชั่นแปลจากตำราต่างๆให้ไปก่อนแล้วกัน เพราะอีชั้นเองก็เพิ่งหัดและขาดการฝึกซ้อมไปนานนนน อาจจะอีกนานกว่าจะคืนชีพ หุหุ แต่ส่วนของเนื้อหาเพื่อนำมาเป็นข้อมูลยังมีมาให้อยู่เรื่อยๆนะจ๊ะ
FLYING SPIN
- Flying Sit Spin มีวิธีการกระโดดอยู่สองแบบคือ แบบเพิ่มจังหวะกระโดเข้าไประหว่างจังหวะเข้าหมุนจังหวะสุดท้าย (แต่เห็นคลิปของเด็กฝรั่งเค้าฝึกใหม่ๆจะใช้วิธีหมุนไปก่อนสักรอบแล้วค่อยสปริงตัวขึ้น) อีกวิธีคือคล้ายๆกับ axel ที่มีการเปลี่ยนขา ซึ่งจะได้เป็น Back Sit ไปแทน ไม่ค่อยมีคนทำนะ แต่จะเห็นในแข่งบ้าง ถ้าสังเกตดูดีๆอะ (แล้วจะบอกละเอียดในบทที่เกี่ยวกับกระโดดให้นะ)
- Flying Camel Spin หลายคนที่หัดท่านี้ก่อนที่จะไปหัด Sit Spin ด้วยซ้ำ เพราะท่านี้ง่ายกว่า (ตรงไหนวะ) จังหวะที่เหวี่ยงตัวจะเข้า Camel นั่นแหละ ที่จะแทนด้วยกระโดด โดยจะเตะขาขวา (หมุนทวนเข็มนาฬิกา) เหวี่ยงขึ้นไปสูงกว่าระดับขนานพื้นหน่อยในขณะที่ขาซ้ายสปริงตัวตามขึ้นด้วย และจังหวะลงจะลงด้วยขาขวาแทน กลายเป็น Back Camel ไป
- Death Drop จังหวะเข้าคล้ายท่า Flying Camel นะ แต่จะบิดตัวกลับลงมาเป็นท่า Back Sit ทันทีที่เท้าขวาแตะพื้น ส่วนวิธีการฝึกขอไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อน เพราะว่าอธิบายคนที่ฝึกใหม่ๆเข้าใจยากอะ (คนที่เล่นเป็นแล้วจะเข้าใจว่าทำยังไง แต่วิธีการทำเนี่ย ที่ยังไงเราว่ามันต้องมีต่างกันแค่เห็นไม่ชัด)
จุดที่สำคัญของท่าหมุนที่เพิ่มส่วนกระโดดเข้าไปจะต้องไม่ลืมเรื่องการถ่ายน้ำหนักจากขาซ้ายไปขาขวาด้วย (ยกเว้น Flying Sit Spin)
COMBINATION SPIN
- Change Footed Spin ไม่มีอะไรมากแค่ทำ one-footed Spin ธรรมดาแล้วเวลาเปลี่ยนขาก็แค่วางอีกข้างนึงลงแล้วยกอีกข้างนึงขึ้น จังหวะที่วางจะเหมือนแล่นไปข้างหน้านิดนึงแล้วบิดเท้าเข้าหมุนต่อ รอยบนลานอาจจะเป็นสองกลุ่มสำหรับมือใหม่นะ แต่สำหรับสอบของ ISIA จะต้องเปลี่ยนกลับอีกรอบด้วย เท่ากับเปลี่ยนเท้าสองรอบ
- Sit change Sit จังหวะเปลี่ยนจะใช้วิธีจิก toe pick ของขาที่จะเปลี่ยนแบบสะกิดเล็กน้อยเพื่อให้มีแรงส่งต่อ
- Camel change Camel เปลี่ยนคล้ายกับ Change Foot ธรรมดาที่บอกไปแล้ว แต่ตวัดขาที่เป็นแกนหมุนขึ้นไปเป็น Free leg แทน จะกลายเป็น Back Camel
- Camel to Sit ท่านี้ไม่มีเปลี่ยน Edge จากท่า Camel แล้ว บิดตัวลงพร้อมกับเหยียดขาไปด้านหน้า (ส่วนมากจะเฉียงๆลง เหมือนบิดตัว) จังหวะที่เปลี่ยนท่านี่ยังไม่แน่ใจว่าทำยังไงให้รักษาระดับความเร็วในการหมุนเอาไว้ได้อะ
- Camel to Layback ไม่เปลี่ยน edge เช่นกัน ทำ Camel แล้วยืดตัวขึ้น ปัดขาข้างที่เป็น Free Leg ไปด้านหลัง จะเหยียด หรือจะงอขึ้นตามความถนัดของแต่ละบุคคล และเอนตัวไปด้านหลังเป็น Layback
นอกเหนือจากนี้ก็แล้วแต่ละบุคคล ขึ้นกับความถนัด ความแข็งแรงของร่างกาย บาลานซ์ หรือกระทั่งกฎการแข่งในรายการต่างๆ
OFF-ICE & ON-ICE SPIN
อันนี้ขอนอกเรื่องไปสักนิดนึงว่า เราไปเจอคลิปของนักเสก็ตเกาหลีที่อายุเจ็ดขวบฝึก off-ice แล้วใช้ Spinning trainer แบบที่เป็นคล้ายๆแผ่นพลาสติกพอดีเท้า เราว่าอันนี้ (ไว้จะเอารูปมาให้ดู) มันเหมาะมากสำหรับคนที่หมุนไม่เป็นที่ เพราะมันจะเลื่อนไปตามทางที่เราหมุน แต่มันจะมีอีกแบบที่เป็น วางที่พื้นเฉยๆ (ซึ่งเราเคยลองเล่นแล้ว) เราว่าอันตรายมากถ้าหมุนอยู่กับที่ไม่ค่อยได้ อันนี้มันเหมือนที่เค้าไว้ใช้หมุนลดเอวน่ะแหละ อิอิ ว่าไปฝึกท่าหมุนมีหลายแบบแล้วอต่เราจะถนัด ถ้าเรียนบัลเล่ต์มาใช้ท่าบัลเล่ต์ฝึกก็ยังได้ แค่เอาบาลานซ์ไปก่อน หรือถ้าไม่มีงบ (ตามจุดประสงค์ของเราที่ทำเว็บนี้) ก็ใส่ถุงเท้าหมุนเอา แต่ระวังลื่นนิดนึง (จะใสหมวกกันน็อกก็ไม่ว่าอะไร -_-") ถ้ามันลื่นไปก็ใช้เป็นรองเท้าผ้าเดินในบ้าน ลองเลือกๆดูเพราะมันมีพื้นหลายแบบ เอาพื้นรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่บ้านตรงที่จะใช้หัดหมุนนะ อิอิ แต่นี้ก็ได้วิธีหัดบาลานซ์เวลาหมุนแล้ว
ส่วนวิธีการฝึก Position ของท่าหมุนให้ดูสง่าก็ไม่มีอะไรมาก ยืนโพสท่าหน้ากระจก แล้วดูว่าเรายืนแบบไหนแล้วสวย ก็ฝึกโพสบ่อยๆเอา ยืนค้างไว้นานขึ้น นานขึ้น แล้วจะชินเอง ได้ทั้งท่า ได้ทั้งบาลานซ์ อิอิ ลองดู
จบในส่วนของท่าหมุนแล้วล่ะ นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นท่าประยุกต์ไป แล้วถ้ามีอะไรเพิ่มเติม หรืออัพเดทก็จะมาเพิ่มไว้ตามแต่ละบท ยังไงคงต้องตามกันเองว่าจะมีอะไรเปลี่ยนบ้าง (บางทีอาจจะลืมลงเป็นประกาศนะ)
|
|
|