FD2rFS 的个人资料Interesting knowledge in...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
ก่อนจะไปเสก็ต 4 – บทความเพิ่มเติมที่น่าสนใจการยืดกล้ามเนื้อก่อนซ้อมกีฬา การออกกำลังกายที่เกี่ยวกับความยืดหยุ่นหรือการเคลื่อนไหวของร่างกาย สิ่งที่สำคัญที่จะต้องคำนึงถึงคือข้อต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้าร่างกายมีการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอจะทำให้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ในการออกกำลังกายต้องมีการยืดกล้ามเนื้อทุกครั้ง ทำไมต้องมีการยืดกล้ามเนื้อ
เมื่อกล่าวถึงการยืดกล้ามเนื้อ ก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่าใครควรมีการยืดหยุ่นมากกว่ากัน ซึ่งความยืดหยุ่นนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการยืดกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเราจึงต้องพูดถึง องค์ประกอบที่มีผลต่อการยืดหยุ่น
ต่อไปเมื่อทราบว่าการยืดกล้ามเนื้อมีความสำคัญต่อร่างกายแล้ว ควรทราบว่ามีข้อกำหนดอย่างไรในการยืดกล้ามเนื้อ นั่นคือ กฏในการยืดกล้ามเนื้อ
บทความสาระน่ารู้ โดย ผ่องใส เจริญสมบัติ
:O โฆษณาคั่นรายการ... ;Dขอมีโฆษณาคั่นรายการสักนิดนะ แต่อันนี้ดูแล้วฮาดี ก่อนจะไปเสก็ต 4 – off-iceส่วนนี้จะเขียนเรื่องของการอบอุ่นร่างกายก่อน-หลังการเสก็ตและการออกกำลังในเวลาที่ไม่ได้ไปเสก็ต เวลาที่นักเสก็ตไม่ได้เล่นเสก็ตก็จะมีโปรแกรมออกกำลังต่างๆเพื่อรักษากล้ามเนื้อให้คงความแข็งแรงหรือแข็งแรงยิ่งขึ้นด้วย จะเรียกว่า off-ice (เพราะเราจะซ้มกันบนพื้นที่ไม่ใช่น้ำแข็งไง) ก็คงจะเหมือนกับนักร้องที่ต้องไปลงคลาสเรียนเต้นเพิ่มน่ะแหละ แต่ต่างกันตรงที่ ถ้ารวยหน่อยก็ลงเรียนเป็นคลาสไปเลย แต่ถ้าไม่อยากจ้าง ทำเองได้นะถึงจะได้ไม่ครบ... แต่ลงคลาสแบบนั้นก็ใช่ว่าจะครบหรอกนะ มาหัดกันเองดีกว่า แต่ถ้าลงเรียนกับโค้ชที่ดีๆเค้าจะแนะนำหรือช่วยฝึกส่วนนี้ให้เองเวลาที่เค้าว่างๆอยู่แล้ว (ถ้าเค้าคิดเงินก็เผ่น!!—เปลี่ยนโค้ชเหอะ แบบเนี้ยเค้าเรียก งก แล้วล่ะ) การ Off-ice มักจะเน้นไปที่การเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแรงซะมากกว่าซึ่งจะเหมาะมากสำหรับนักกีฬาเสก็ต หรือคนที่เอาจริงเอาจังกับการเล่นเสก็ตเพื่ออกกำลัง (ตรงไหน!!) แน่นอนว่ามันไม่ต่างกับการเล่นเวทอะนะ เพราะฉะนั้นเราจะไม่พูดถึงมากไปกว่าชื่อท่าและคำแนะนำที่ว่าให้ผู้เชี่ยวชาญเค้าดูแลให้ แค่นั้น
ข้อดีและประโยชน์ของการทำ off-ice
มันคือการอบอุ่นร่างกายก่อนที่จะลงไปซ้อม(เล่น)ในลานน้ำแข็ง เคยเห็นพวกฮอกกี้ซ้อม และซ้อมแข่งกันด้วย โหดว่ะ ฝึกโหด... แต่เชื่อเลยว่าคนไทยก็เจ๋งนะเว้ย ฮอกกี้หลายคนที่เล่นแบบฟิกเกอร์ได้ด้วย! เปลี่ยนมาเล่นฟิกเกอร์มั้ยพี่!! สนุกนะ ;) มาเข้าเรื่องของกลุ่มเสก็ตลีลาต่อ ซึ่งเราก็จะเอามาลงให้แบบฉบับของเราเอง อ่านมาแล้วงงเพราะแต่ละอันมันก็แบ่งไม่เหมือนกัน เราจะแบ่งตามความเข้าใจของเราเอาแล้วกันนะ อันนี้เป็นพาร์ตแรกสำหรับคนทั่วไปที่อยากเล่นเสก็ตเพื่อออกกำลัง
Stretching หรือ Flexibility (บางตำราพวกนี้คือ General Activities) มันคือการยืดเส้นยืดสายนั่นเอง ไม่อยากจะบอกเลยว่าท่าพวกนี้เราทำเป็นบางท่าเอง อิอิ แต่จะทำเยอะก็เวลาเฮี้ยนๆ แบบอยากออกกำลังแบบเต็มสตรีมเท่านั้นแหละ ถ้าอยู่ลานเสก็ตเราไม่ทำหมดหรอก ไม่ทันได้เล่นก็หมดเวลากันพอดี และด้วยพื้นที่ในลานไม่ซัพพอร์ตท่าประเภทที่ต้องนั่งบนพื้น... (ขี้เกียจแบกเสื่อไปน่ะดิ แค่รองเท้าก็จะตายแล้ว เอสพีเทอริรุ่น KT-2 หนักซ้า 2-3 โล เอ้ง!) ท่าที่เราทำจะเป็นท่าที่จะใช้ในลานเลยมากกว่านะ แต่ไหนๆก็เปิดเสปซเพื่อการนี้โดยเฉพาะแล้ว ก็จะลงให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกันนะ อาจจะมีบางส่วนที่เอามาจากนอกตำราที่เรามีด้วย (อย่างที่บอก เว็บเกี่ยวกับพวกนี้มีเพียบหาอ่านได้ หมายถึงเว็บที่ไม่ได้เป็นภาษาไทยน่ะ มันกีฬาบ้านเราซะที่ไหน ถ้ามวยไทยล่ะว่าไปอย่าง ใช่มั้ยล่ะ – แต่อีกหน่อยคงมีมวยไทยออนไอซ์มั่งล่ะเนอะ... ถ้าชั้นหาภาษาไทยเจอก็คงจะไม่ทำหรอก รึใครมีเอามาลอกหน่อยดิ๊ขี้เกียจพิมพ์เอง เมื่อยมือ – อืม แต่ถึงมีก็คงเป็นคนละไสตล์กับที่เราทำล่ะนะ เพราะเราเน้น ฮา คู่กับสาระไปด้วย เล่าจากประสบการณ์ทั้งหนุกหนานและชีช้ำจากการเล่นกีฬา – ตอนขี่ม้ากรูก้อเป็นไม่งั้นคงไม่หนีมาเล่นเสก็ตหรอก.. เอ๊ะ ยังไง) มา มา เข้าเรื่องต่อ ท่าที่นิยมและจำเป็นในการวอร์มร่างกายก่อนซึ่งควรจะทำทุกครั้ง และบางท่าต้องทำอีกรอบหลังจากเล่นเสร็จด้วย แต่เท่าที่เราอ่านเนี่ยหมด session ไม่รู้ว่ามันคือรอบที่รถไถน้ำแข็ง (Zamboni) ลงมาไถๆลานรึเปล่านะถ้าใช่ ระหว่างที่รถเค้าลงไปเดินเล่นในลานมั่งเนี่ย ถ้าถอดรองเท้าวอร์มด้วยน่าจะดี รอบของรถเค้าเล่นเค้าได้เล่นแค่ 15 นาทีถึง ครึ่งชั่วโมง ก็พอวอร์มได้ สองสามท่าเลยนะ หรือจะแค่ถอดรองเท้ากระโดดนิดๆหน่อยๆ วิ่งเบาๆไปเข้าห้องน้ำ หลังจากอั้นไว้นานจนกระโดดในลานไม่ขึ้นเพราะกลัวเสียเวลาซ้อมก็ได้ (ไม่ได้ตั้งใจเสียดสีใครนะ ใครจะรับก็รับไป เหอๆ) ท่าพวกนี้มันก็คือท่าอบอุ่นร่างกายก่อนที่จะเข้าโปรแกรมออกกำลังของพวกนักเสก็ตนะ แต่อย่างเราๆก็สามารถทำได้เหมือนกัน ขอเอามาลงแค่บางท่านะ อ่อ แล้วก็อาจจะมีเพิ่มมาให้อีกนิดๆหน่อยๆ
เพิ่มเติมสำหรับคนที่เล่นแบบไม่ได้เอาจริงเอาจังมาก ถ้าขับรถไปเองก็เลือกจอดที่ไกลๆแล้วเดินเข้าไปในลานก็เป็นการวอร์มอัพอีกวิธีได้เหมือนกัน ซึ่งถ้าเดินทางไปเองอยู่แล้วก็คงไม่ต้องเดือดร้อนมากกับการวอร์มด้วยวิธีนี้นะ (ช่วงก่อนแข่งเคยวิ่ง-กระจุยกระจาย-จากป้ายรถเมล์ไปถึงลาน เพราะจะถึงเวลาซ้อมตามตารางที่ลงไว้ เหนี่อยว่ะแต่โคตรได้ผลเลย) ก่อนใส่รองเท้าก็นั่งยืดขาออกไปขานึงหมุนข้อเท้าเป็นวง ทำทั้งสองด้าน พอใส่รองเท้าแล้วก็เดินย่อเข่าเหมือนอย่างที่ทำ Crossover ในลาน ท่านี้อาจจะดูตลกๆแต่มันก็ช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นเวลาวิ่งในลานจริงๆ แล้วที่สำคัญคือว่าควรจะยืดหลังจากเล่นเสก็ตด้วยนะ ถึงจะไม่ไดเล่นจริงๆจังมากก็ทำได้ ทำไปเถอะ แล้วก็วิ่งรอบลานสักรอบสองรอบด้วยจะดีมั่กๆ Specific Activities Plyometrics คือการ off-ice แบบที่ใช้การกระโดดเป็นหลัก เน้นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ช่วยให้กระโดดได้สูงและไกลขึ้น ซึ่งอันล่างที่เอามาลงให้นี่คิดว่าน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
คราวนี้จะเป็นท่าที่จะใช้ในลานจริงๆด้วยและสำหรับคนที่เล่นมาได้ระดับนึงแล้วด้วยอะนะ ใช้เวลาวอร์ม 15-18 นาทีนะ (ในตำราบอกเป็น เราว่าน่าจะหมายถึงว่าคนที่เล่นเสก็ตจนถึงอีกระดับนึงแล้วนะ)
Strength Training/Weight Training อันนี้แหละคือการเล่นเวท ต้องอยู่ในความควบคุมของโค้ชหรือผู้เชี่ยชาญนะจ๊ะ อย่าเล่นซี้ซั้วนะเว้ย เดี๋ยวได้กล้ามที่มากเกินพอดีมาแล้วจะแย่เอา เล่นเสก็ตสวยยังไงก็ดูน่าเกียดได้นะ เหอๆๆ อุปกรณ์ที่ใช้คือ ก้านยกน้ำหนักอะ คิดดูว่ามันจะหนักแค่ไหน ถึงบอกไงว่าต้องมีคนดูแลด้วย อธิบายไม่ถูกอะไว้จะพยายามอธิบายและ ทำอนิเมชั่นให้แทนอะนะ คอยติดตามด้วยล่ะ
เราทำสรุปพวกท่าออกกำลังที่ช่วยเสริมกล้ามเนื้อสำหรับท่ากระโดดและท่าหมุนต่างๆจากซีดีสอนเสก็ต ISU Skating Technics เอาไว้ มี 2 หน้า อุปกรณ์มีดัมเบลกับบอลลาสติกที่ใช้เล่นโยคะ (กดดูแผ่นสรุป) ตำเตือน ถ้าบัลเล่ต์มีผลข้างเคียงทำให้ข้อเท้าอักเสบแล้วล่ะก็ ผลข้างเคียงของการเล่นเสก็ตคือมีปัญหาที่เข่าแน่นอน แล้วแต่ว่าจะเข่าหลุดหรือเข่าอักเสบ อะไรประมาณนี้ ซึ่งทำให้การเล่นกีฬาชนิดนี้แล้วเมื่อยขาหรือปวดขากลายเป็นเรื่องธรรมดาๆไปเลย วิธีที่เซฟที่สุดคือการวอร์มอัพก่อนเล่นดีๆ วอร์มให้พอเหมาะกับร่างกายและระดับความสามารถ ทั้งความสามารถของร่างกายกับระดับความสามารถในการเล่นเสก็ตด้วย ดังนั้นท่าวอร์มอัพหรือ off-ice บางท่าไม่จำเป็นต้องทำนะ เพราะหลายๆท่าต้องอยู่ในความควบคุมของผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้เท่านั้น (ก็พวกที่ต้องใช้เวทอะ) ฝึกการทรงตัว (Balance) ส่วนอันสุดท้าย เราว่าน่าจะอยู่ในกลุ่มการฝึกการทรงตัวนะ ซึ่งมี Sport Cord – อุปกรณ์จะคล้ายๆยางยืดยาวๆอะ ต้องมีคนช่วยนะ (รึไม่ต้องวะถ้าหาอะไรมาหนีบอีกด้านได้ อิอิ – ตามแบบฉบับของคนที่ไม่มีปํญญาจะจ้างโค้ชมาดูแลส่วนนี้ให้ไง)
Special Equipment - ทำยางยืดที่ว่านี่เองมั้ย ก็แค่เอายางรัดของนี่ล่ะหลายๆเส้นต่อ 1 ข้อมาคล้องต่อกันเหมือนทำยางกระโดดน่ะแหละ เอายาวสักเมตรกว่าๆก็พอ ให้ข้างนึงเอาให้มันพันกับเสาได้สักรอบแล้วอีกข้างก็พันข้อเท้าได้สักรอบ ถ้าคิดว่าจะทำคนเดียวแบบไม่มีคนจับให้อะ ถ้ามีคนจับให้แล้วดันทำยางมาสั้นๆจะไปเตะโดนเค้าเอาน่ะสิ เว้นแต่ว่าอยากเตะคนอยู่แล้ว เอ๊ย ไม่ใช่ๆ!! - ไม่ดี ไม่ดีเดี๋ยวเค้ารู้ทัน อิอิ (นอกจากจะไม่มีปัญญาจ้างโค้ชแล้วยังไม่มีปัญญาจะซื้ออุปกรณ์ที่ว่ามาอีกต่างหาก แต่เอาวะ เพราะแค่ค่ารองเท้าก็หมดตูดแล้วว่ะ ไม่กี่หมื่นเอ๊ง!! T-T) ตัวอย่างโปรแกรมออกกำลัง (Sample off-ice Program)
ปล.1 กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมด้วย!! เพราะถ้าคิดจะเป็นนักเสก็ตจริงๆเนี่ยอย่างกนะเว้ย บอกไว้ก่อนเลยไม่งั้นจะได้ดับก่อนรุ่ง ปล.2 ท่าไม่ได้มีแค่นี้แต่บางอันเราอ่านไม่เข้าใจ บางอันก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นที่จะต้องทำหรือมันเป็นท่าเฉพาะจริงๆที่ไปลงเป็นคลาสเอาจะดีกว่า และโปรแกรมพวกนี้โค้ชหรือทีมงานของนักเสก็ตเค้าจะจัดให้เป็นรายบุคคล แน่นอนว่าโปรแกรมจะไม่เหมือนกันทุกคนเสมอไปอะ เลยลงให้คร่าวๆนะ ก่อนจะไปเสก็ต 3 – เรื่องควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าและเบลดรองเท้าเสก็ต รองเท้าเสก็ตลีลาหรือ ฟิกเกอร์เสก็ตจะมี 2 แบบนะ
การเลือกเบลด เบลดคือแถบเหล็กบางๆยาวๆด้านหน้ามีฟันหยักๆ (ที่ทำเราไม่หัวทิ่มเพราะสะดุดฟันมันก็หงายหลังเพราะไปเหยียบหางเบลดตัวเองนั่นแหละ) ที่ติดอยู่ใต้รองเท้าเสก็ตที่เรียกว่า “บูท” ซึ่งอันนี้เนี่ยไม่มีศัพท์ไทยบัญญัตินะ ถ้ามีคงแปลกๆพิลึกๆเอาเป็นว่าทั้งงานเราจะเรียกชิ้นส่วนนี้ที่ทำให้เราโลดแล่นบนลานน้ำแข็งว่า “เบลด” ตลอดงานเลยแล้วกันนะ ยี่ห้อที่นิยมที่สุกมี 2 ยี่ห้อ คือ John Wilson กับ Mitchel King (MK-ไม่ใช่สุกี้นะเว้ย อย่าเข้าใจผิด) ส่วนการเลือกซื้อนั้นต้องดูอะไรบ้าง?
สรุปให้เลยแล้วกันว่าระดับไหนควรจะใช้แบบไหน เฉพาะ 2-3 ยี่ห้อ หรือจะดูชาร์ตเอาก็ได้นะ เบลด - MK Blade, Ultima บูท – SP-Teri, Reidelle, Harlick, Jackson (มันแยกไม่ชัดอะว่าระดับไหนควรจะใช้อะไร) รูปของหัวข้อ ก่อนจะไปเสก็ต 1 – อะไรที่ต้องมี รูปนี้รวมทั้งรองเท้าและเบลดทุกยี่ห้อเลยไปดูเอาเองนะว่ามียี่ห้ออะไรมั่งน่ะ เพิ่มเติมอีกนิด
** อยากได้ค่าโฆษณาอะ ** อิอิ การลองรองเท้าก่อนจะซื้อและการใส่รองเท้า ลานที่สำโรงเห็นเด็กบางคนเล่นก็เก่งแล้วนะยังให้พ่อแม่ใส่รองเท้าให้อยู่เลย แต่จริงๆควรจะใส่เอง ให้ผู้ปกครองช่วยดึงให้เวลาที่เชือกไม่ตึงหรือดูหลวมๆยังจะดีกว่านะ เพราะเวลาดึงเชือกรองเท้าต้องดึงเข้าหาตัวเราจะง่ายกว่า แน่นพอดีกว่าให้คนอื่นดึงให้ด้วย ตอนที่ใสรองเท้าเนี่ยวางเท้าให้ตั้งตรงก่อนนะค่อยผูกเชือกและเวลาผูกจะผูกที่ช่วงตัวรองเท้าแน่นกว่าข้อ ปลายเท้าเราที่อยู่ในรองเท้าจะกระดกขึ้นลงได้แต่จะหมุนเท้าไปมาไม่ได้นะถ้าหมุนปลายเท้าเป็นวงได้หมายถึงว่าอันตรายนะ เท้าจะลื่นเวลาเล่นหรือเกร็งซึ่งจะทำให้ปวเท้าเอาง่ายๆน่ะสิ อ่อ รองเท้าเสก็ตเนี่ยความยาวจะต้องพอดีกับเท้านะ ใส่แล้วนิ้วเท้าต้องไม่งอและไม่เหลือที่ทั้งหัวรองเท้าและส้นรองเท้า เว้นแต่ว่าถ้าเป็นเด็กเนี่ยคนขายที่ชำนาญจะเผื่อให้อีกนิดเพราะเด็กเท้าจะโตเร็ว Break in คืออะไร? Break in คือการปรับสภาพรองเท้าเสก็ตให้เข้ากับเท้าของเรา(และหายเจ็บซักที) ซึ่งเวลาที่เราซื้อรองเท้ามาใหม่ๆเนี่ย หนังมันจะยังแข็งอยู่และก็เป็นรูปตามแม่แบบที่เค้าทำมา นั่นแหละที่ทำให้เจ็บนรก... ส่วนวิธีปรับสภาพรองเท้าก็มีทำกันหลายวิธี
อ่อ ที่สำคัญอย่าลืมจดด้วยว่าเราใช้เวลาในการปรับสภาพรองเท้า (ให้มันซี้กับเท้าเราได้เร็ว) แค่ไหนด้วยเพราะเวลาที่จะเปลี่ยนคู่ใหม่จะได้รู้ว่าควรจะเปลี่ยนก่อนแข่งกี่วัน (อันนี้ไม่แนะนำให้เปลี่ยนก่อนแข่งนะ ควรจะใช้มาสักพักมากกว่า แต่เผื่อให้เวลาฉุกเฉินที่รองเท้าเก่าดันมาป่วยก่อนแข่งพอดี) ปล. ที่เรางงคือ เวลาปรับสภาพบางตำราบอกว่าให้ย่อเข่าเยอะๆแต่บางตำราห้ามทำ ตกลงมันยังไงวะ แต่ถ้าวิธีเราคือใช้แบบปกติที่สุดเพราะเราต้องทำแบบนั้นอีกนาน (มีเหตุผลพอมั้ย)
การดูแลรักษารองเท้า
ขอพูดถึงเรื่องการติดเบลดก่อนนะ เวลาที่ติดเบลดครั้งแรก (ถ้าซื้อแยกกันมา) เค้าจะติดให้ไม่ครบทุกรูให้เราใส่ไปลองเล่นดูก่อนเพื่อให้เบลดมันอยู่ในตำแหน่งที่อยู่กลางเท้าเราที่สุดซึ่งแต่ละคนก็มีเส้นกลางเท้าที่อาจจะไม่ตรงกับตะเข็บรองเท้าที่อยู่ที่หัวรองเท้าเสมอไปนะ และเท้าแต่ละข้างก็ไม่ได้มีเส้นกลางเหมือนกันด้วยนะ ส่วนเวลาเอาไปลองใช้หาศูนย์กลางเบลดก็แค่ใส่แล้วลงไปวิ่ง Crossover ทั้งไปข้างหน้าถอยหลังและทั้ง 2 ด้านด้วย จะลองหมุนเบาๆด้วยก็ได้ ใช้ 3-4 ครั้งก็เอาไปติดน็อตเพิ่มได้ แต่อย่าตกใจไปถ้าเค้าก็ยังติดน็อตให้ไม่หมด เพราะว่าจะเหลืออีกรูสองรูเผื่อเวลาปรับหรือเปลี่ยนเบลดใหม่ (แต่ส่วนมากก็เปลี่ยนยกเซ็ท เพราะว่ามันก็พังไปพร้อมๆกัน) เรื่องเปลี่ยนเบลดใหม่แต่รองเท้าเดิมก็ไม่ค่อยนิยมนะ เพราะรองเท้าที่เป็นรูแล้วติดเบลดใหม่เข้าไปก็มีโอกาสโยกเยกอยู่ดี โดยเฉพาะถ้าทำท่า เบลแมนสปิน (Beillman Spin – เบลออาจหลุดติดมือมาได้... อิอิ) แล้วก็รองเท้าเดิมเนี่ยเปลี่ยนได้แค่สองครั้งนะ ถ้าเบลดดันพังเร็วกว่ารองเท้า (เล่นยังไงวะ) จะใส่อันที่ 3 เนี่ย เปลี่ยนคู่ใหม่เถอะไม่งั้นคนเล่นอาจจะเดี้ยงถาวรได้!!
หลังใช้ก็เช็ดเบลดให้แห้งนะ ไม่ควรเก็บรองเท้าเข้าล็อกเกอร์เพราะในล็อกเกอร์จะชื้นและอากาศไม่ถ่ายเท แน่นอนว่ารองเท้าจะขึ้นรา... (แต่ชั้นเก็บเข้าล็อกเกอร์ประจำ ก็ขี้เกียจแบกกลับนิ หนัก... – ไม่ควรเอาอย่างนะ ;D) กลับบ้านอย่าลืมเอาออกมาตากด้วย ดึงเชือกออกหลวมๆให้ลิ้นมันแลบออกมาได้จะได้แห้งเร็วๆ ตากในที่ร่มนะ ถ้าเอาไปตากแดดหนังรองเท้าจะแห้งแข็ง เดี๋ยวจะเจ็บเอาง่ายๆ...
การดูแลรักษาเบลด
หลังจากเล่นเสร็จแล้วเอานิ้วปาดน้ำแข็งออกด้วย เช็ดให้แห้ง เช็ดตามตัวน็อตด้วยนะ อีพวกนั้นแหละสนิมขึ้นง่ายนักแลกลัวไม่แห้งจะตากไว้อีกหน่อยก็ได้แล้วถ้าแน่ใจว่าแห้งแล้วก็ใส่กา(ร์)ดที่เป็นผ้าไว้ซะ อย่าเก็บใส่กา(ร์)ดแข็งเพราะมันเก็บความชื้นแล้วยังฝุ่นเข้าง่ายด้วย เค้าเอาไว้ใส่เวลาเดินในลานเบลดจะได้ไม่ทื่อง่าย แล้วก็ทำความสะอาดกา(ร์)ดแข็งนี่บ่อยๆด้วยนะ เรื่องการลับเบลดเนี่ยเอาไปลับเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มเกาะพื้นไม่ค่อยอยู่แล้ว (ไม่ต้องรอให้หัวทิ่มก่อนนะค่อยเอาไปลับอะ) อย่าไปลับเบลดจากพวกเคริ่องลับเบลดอัตโนมัติ (ที่อเมกาคงมีเครื่องนี้มั้ง แต่ของเมืองไทยต้องให้คนลับให้อยู่ดีนั่นแหละ ครั้งละ 100 บาท) อยู่เมืองไทยไม่มีเครื่องลับก็ไปพี่ที่ร้านโปรช็อบเค้าทำให้ บอกเค้าจะเอาคมแค่ไหนร่องเบลดเอาลึกมั้ยบอกเค้าได้นะ (เอาแบบคมที่เราเล่นได้ด้วยนะไม่ใช่ลับเสร็จลงไปในลานกระดิกไปไหนไม่ได้ อันนั้นจะพาเอาเจ็บตัวมากกว่า) เวลาที่ควรจะลับเบลดโดยเฉลี่ยนะ ก็อยู่ที่ 20-60 ชั่วโมง แล้วแต่ความบ่อยถ้าอย่างแบบไม่บ่อยเลยก็ลับทุกๆ 2 เดือน (ถ้าเล่นไม่บ่อยนะ หรือว่าไม่ค่อยได้เล่น) และก็ควรจะลับเบลดก่อนแข่งสัด 1 อาทิตย์ด้วยนะ
ดูรูปประกอบได้ในอัลบั้ม "เบลด" นะ ก่อนจะไปเสก็ต 2–การเรียนเสก็ต เลือกลานและโค้ชไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรถึงมีปัญหากับคนที่เป็นครูตลอด ตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาลแล้ว มาเรียนขี่ม้า เรียนเสก็ตก็ยังมีเรื่องกับคนสอนอยู่ แต่ยังไงซะเอาเป็นว่าเพราะชั้นชอบมีปัญหากะครูหรือผู้ฝึกสอนอยู่แล้ว เลยทำให้เราชอบหาข้อมูลเอง เรียนรู้เอง บ่อยๆที่ฝึกเองด้วย (จึงเป็นที่มาของการทำเว็บเสปซอันนี้ – ตอกย้ำถึงจุดประสงค์จะได้ไม่นอกเรื่อง... อิอิ) แต่แน่นอนว่าพื้นฐานก็ต้องมาจากการเรียนก่อน เพราะยังไม่รู้อะไรเลยเนี่ยจะไปหาข้อมูลได้ยังไง จริงมั้ย ความปลอดภัยในลานเสก็ต น่าสนใจดี ออกประมาณกฎมาตรฐานการเล่นเสก็ตในลาน
กฎทั่วไปของลานที่จะมีเหมือนๆกัน คือ จะเดินกันเป็นวงไปทางด้านซ้าย หรือ ทวนเข็มนาฬิกา ไม่แกล้งกัน ไม่เดินเรียงแถวกันเป็นหน้ากระดาน (ชั้นเล่นประจำว่ะอันเนี้ย.. อิอิ ก็แหมเล่นเวลาไม่มีคนกับตอนที่คนน้อยๆน่ะ... อยากเล่นแบบนี้ไปสำโรงเว้ยเพราะไกลจนคนไม่อยากไปกัน...) ไม่ดื่มหรือกินบนลานเสก็ต (ถ้าออกจากลานมาคาบไปเคี้ยวในลานเนี่ยจะอนุญาตมั้ย!! – เหมือนตัวอะไรสักอย่างว่ะ.. อิอิ) ไม่เล่นตัดลานเพราะส่วนตรงกลางจะเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนเสก็ตที่มีกรวยตั้งเป็นเขตกั้นไว้ ถ้าไม่สนใจก็อาจเจอท่าฟลายอิ้งตัดหัวอะไรแบบนั้น.. –Flying Camel Spin- หรือถ้าโชคดีหน่อยก็จะมีหลุดออกจากโซนเรียนไปหาเอง ก็รอรับดีๆนะ อิอิ และทำตามคำแนะนำของผู้ดูแลลาน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าช่วยอะไรได้มั่ง..?? –หมายถึงในเมืองไทยนะ อิอิ-) ซึ่งลานก็จะมีกฎระบุไว้ที่ทางเข้าอยู่แล้วก็ต้องคอยอ่านด้วยเหมือนกันนะ ถ้าคนที่เพิ่งหัดเดินก็ควรจะเดินชิดขอบลานและพยายามอย่าวิ่ง ไม่ลงไปเล่นในลานตอนที่รถไถน้ำแข็ง (Zamboni) กำลังทำงานอยู่ (หรืออยากตายก็เชิญย่ะ... แป่ว!! จริงๆถ้าไปขวางการทำงานเค้าอาจจะโดนคนอื่นเขม่นเอาได้ เพราะเสียเวลาและเงินค่าเข้ามาแล้วไง) แต่ปกติเนี่ยใครจะเข้าคงไม่ลืมดูเวลารอบแต่ละรอบที่ลานเค้ากำหนดไว้อะนะ.. ถ้าลานที่สำโรง (Imperial World Ice Skating Samrong) รอบแรกก็จะเปิด 10.00 น. ถึง 14.45 น. และรอบที่สองก็จะเปิด 15.00 น. ถึง 20.00 น. แต่บางวันที่มีซ้อมฮอกกี้ก็จะปิดเร็วกว่าปกติหน่อย บางทีก็มีปิดแบบให้เข้าไปดูได้แต่เล่นไม่ได้ก็มี อย่างช่วงแข่งหรือช่วงที่สมาคมเค้าะจัดสอบนั่นแหละ ก็ลองเช็คดูเอานะ ส่วนที่ The Esplanade เราไม่แน่ใจว่ะ รู้แค่ว่ากรูเล่นอะไรไม่ได้เลยแค่นั้นแหละ เล็กและบัตรแพงโตครๆ เรียกว่าเหมาะกับพวกเบสิกจริงๆที่เกาะขอบหัดเดินเอาน่ะแหละ หรือถ้าพวกเซียนหมุนอย่างคนที่เล่นที่ลาดพร้าวจะหมุนกันเก่งมากไม่ไหลสักกะนิด ก็ยังพอสนุกได้อีกนิด แต่พวกที่มาจากสำโรง และเวิลด์เทรดเก่าเป็นพวกกุ้งเต้น แบบกระโดดเอากระโดดเอา ลานที่ The Esplanade เลยเล็กไปหน่อย ตั้งหลักยังไม่ทันได้กระโดดก็ชนขอบลานไปแล้ว ไม่ก็โดดข้ามไปเลย... (แล้วจะลงมาแลนดิ้งยังไงวะ) ถ้าล้มจำไว้ว่าปล่อยตัวสบายๆไป แค่ระวังหัวกระแทกพื้น อย่าเอามือวางบนพื้นน้ำแข็ง และลุกให้เร็ว ที่เราอ่านเหมือนประมาณว่าถ้าจะล้มก็อย่าเอามือไปยันพื้น ถ้าล้มแรงๆแล้วทำแบบนั้นอาจจะทำให้กระดูกหักได้อะ ถ้าให้ดีก็เล่นระวังๆหน่อยนะ ถ้าเจอคนล้มแล้วลุกไม่ไหว อย่าเพิ่งไปดึงเค้าออกนอกลานนะให้โค้ชหรือคนดูแลลานมาช่วยจะดีกว่า แต่ไม่ได้หมายถึงว่าให้เมินนะ คือเราก็ช่วยเค้าได้คือไปยืนขวางกันคนอื่นมาโดนเค้า แต่ที่เราไม่เข้าใจคือมีนักกีฬาบางคนไม่ค่อยเคารพกฎ เค้ากั้นไว้ก็ยังออกมาวิ่งข้างนอก ไอ้วิ่งข้างนอกน่ะเราก็เข้าใจว่าบางท่ามันต้องตั้งหลักมาหรือว่าวิ่งให้เร็วๆซึ่งถ้าวิ่งในโซนเรียนคงเร็วตายเลยอะ แต่บางคนมันเกินเขตสอนแล้วยังมาเขม่นพวกที่เล่นไม่เก่งเท่าแต่เดินๆอยู่รอบๆเฉยๆก็มี ประมาณว่าแกมาเกะกะชั้นทำไมอะไรแบบนี้ก็มี ก็บอกไว้ให้ทำใจเฉยๆ ขนาดอย่างเราๆที่มีรองเท้ามาเองมันยังโทดว่าเราทำเค้าพลาด แบบไม่ดูตัวเองก่อนด้วยซ้ำ... คนดีๆก็มีอะนะแบบเราและกลุ่มเราไง.. อิอิ สนใจก็มาร่วมกลุ่มกันได้นะ (hi5 Thai Skater) อ่อ แล้วอีกอย่างนึงด้วยนะ.. อย่ายืนคุยหรือเล่นกันในลานเกะกะคนอื่น... (อันนี้เราก็ทำอยู่บ่อยๆนะ แต่ถ้าคนเยอะเราก็หลบไปนอกลานนะเว้ย) เพิ่มเติมอีกนิด และคนที่(คิดว่า)เล่นเป็น เล่นเก่งแล้วก็ดูตรงนี้ด้วยนะ...
เลือกโค้ชจากตำราบางส่วนและจากที่เราไปจ๊ะเอ๋เองด้วย (เซ็งว่ะ) ถ้าจะเล่นแค่เอาสนุกๆก็คงไม่ต้องเลือกโค้ชที่ค่าสอนแพงกระฉูดขนาดนั้น แต่จริงๆก็ควรจะดูความต้องการของตัวเองก่อนว่าจะเล่นแค่ไหนและเราจะทำได้แค่ไหน ง่ายๆคือดูว่า
โอ้ย!! ไม่ได้เป็นโค้ชว่ะไม่รู้แล้ว... และกลัวเข้าตัวถ้าเกิดได้เป็นโค้ชซะเอง (เมื่อไหร่วะ??) ก่อนจะไปเสก็ต1-อะไรที่ต้องมีชุด ชุดที่นิยมใส่เล่นเสก็ต (สำหรับเรานะ คิดว่า...) เสื้อยืดกางเกงวอร์ม(กันน้ำได้รึถ้าให้ดีเอาแบบที่ค่อนข้างหนาหน่อยแต่ไม่อมน้ำอะ) ก็พอแลัวเพราะรู้สึกว่าถ้าใส่ชุดซะเต็มยศแต่ลงมาแล้วสะดุดขอบลานหัวทิ่มเนี่ย คงโดนหัวเราะเยาะเอาน่ะสิ (นอกจากว่าเด็กๆที่โดนพ่อแม่จับมาเล่นเสก็ตทั้งๆที่ยังเดินไม่ค่อยจะได้เลยน่ะ) แล้วรองเท้าลานน่ะไม่นิยมใส่ชุดเสก็ตหรอก.. มันไม่เข้ากันน่ะ โดยเฉพาะถ้ารองเท้าลานเป็นพลาสติกคู่บ่ะเร่งน่ะ ในเมืองไทย.. ถ้าเล่นไม่เจ๋งจริงแต่ดันใส่ชุดเสก็ตมาเล่นเนี่ยอาจจะโดนมองว่า ทุเรดได้นะ เว้นแต่ว่าเป็นเด็กหรือกรณีที่ใกล้แข่งแล้ว ใส่ให้ชินน่ะ ถ้าเล่นพอใช้ได้แล้วหน้าด้านๆหน่อยจะเอาชุดเสก็ตมาใส่ก็ได้นะ แต่หาชุดเสก็ตยากหน่อยนะถ้าอยู่ในเมืองไทยน่ะ (เราก็รับทำอะนะ เป็นงานสั่งทำ) พอเล่นได้ใส่เป็นเสื้อยืดกับกระโปรงเสก็ตก็โอเคแล้วล่ะ ดูดี แต่ขอบอกว่าถุงน่องไม่ใส่ไม่ได้นะคะ ถ้าจะลงแข่ง.. ชุดที่จะใส่ก็ออกแบบตามเพลงซะมากกว่าเพราะเพลงมักจะมาต้งแต่ตอนซ้อมแล้ว แต่จริงๆก็คิดธีมไว้ได้เลยตั้งแต่เลือกเพลงหลักได้แล้ว โดยชุดที่จะใช้ควรสั่งล่วงหน้าไว้อย่างน้อยที่สุด 3-4 เดือนเลย เพราะถ้าร้านไม่ติดคิวก็อู้งาน!! จริงๆนะ น้อยนักที่ร้านจะทำให้ตรงเวลา โดยเฉพาะคนที่อยากได้ชุดงามๆเล่นปักซ้าาา (จนร้านถามว่าน้องจะไปเล่นลิเกเหรอ! น่ะแหละ) ถ้าสั่งตัดแล้วก็ช่วยคอยโทรจิกช่างด้วยนะจ๊ะ ว่าถึงไหนแล้ว ถ้าให้ดีเข้าไปดูเองเลยเพราะถ้ายังไม่เสร็จเราก็ยังปรับเปลี่ยนได้อยู่ รึบางทีร้านเค้าขึ้นโครงมาแล้วก็ขอเค้าลองใส่ดูเลย แล้วก็คอยแวบเข้าไปดูเป็นระยะ (แนะนำว่าถ้ามันเป็นทางผ่านแล้วมั่นใจว่าช่างอยู่ตลอดก็ควรจะเข้าไปดูแบบไม่ต้องโทรไป.. แอบชั่ว.. ดูดิ๊ว่าทำให้เราอยู่มั้ย รึพอเราออกจากร้านก็โยนงานเรากองทิ้งไว้เลย พอโทรตามค่อยหยิบมาทำ-ประสบการณ์แย่ๆแบบนี้มีเยอะอะ เพราะเราดันเจือกเรียนแฟชั่นซ้า) อ่อ นัดเวลากับช่างล่วงหน้านานๆด้วยเพราะเผื่อเอามาใส่ซ้อมแล้วชุดมีปัญหา.. มีแน่นอนนะ ขอบอก.. ไอ้ปัญหาเล็กๆน้อยๆก็พอถูๆไถๆได้ก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดปัญหามันเกิดแบบเล่นบางท่าแล้วชุดขาดต้องรื้อทำใหม่อะไรแบบนี้จะยุ่งเอานะ (โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ทำกระโปรงแบบคนปกติเค้าน่ะ-แบบแหว่งมั่งแหลมๆโค้งๆมั่งประมาณนั้น) ถุงน่องเสก็ต ถุงน่องเสก็ตมีหลายแบบแต่ที่เหมือนๆกันคือจะทอมาหนาเป็นพิเศษให้ขาอุ่นและก็กันขูดพื้นได้นิดหน่อย - เวลาที่ลานเรียบๆนะ แล้วคู่นึงไม่แพ้ง ไม่แพง เกือบ พันนึง เอง... ของผู้ชายไม่ต้องห่วงเค้านัก เพราะแทบจะเรียกว่าใส่ง่ายทั้งชุดตอนซ้อมและชุดตอนแข่ง แค่เสื้อกับกางเกงวอร์มที่มีขายเกลื่อน... เล่นจนขาดก็ไปซื้อใหม่!! ถุงน่องที่ใช้เล่นเสก็ตโดยเฉพาะมอยู่ 4 แบบ Footed จะเป็นถุงน่องที่หุ้มแค่เท้าอยู่ข้างในรองเท้าบางทีทำให้คนที่ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับเสก็ตมองว่าชุดโป๊ได้อะสิ (ไอ้ทะลึ่ง ไม่รู้อย่าเจือกมาด่า) แบบ Stirrup จะหุ้มข้อรองเท้าและติดที่ใต้รองเท้าได้ ตอนนี้ไม่เห็นแล้วอะ เว็บนอกก็ไม่มีอะ แต่ที่โปรช็อบที่สำโรงเค้าบอกเคยขายแต่ลูกค้าไม่ชอบเลยไม่เอามาแล้ว เค้าบอกเจ็บเท้า ก็เค้าใส่ทับรองเท้านี่ไม่ได้ให้ใส่ในรองเท้า แบบ Footless จะหุ้มแค่ข้อรองเท้าแต่เห็นบางคนดึงลงมาถึงส้นเลย คงเพราะหลุดง่ายน่ะดิ แต่ใส่แล้วดูประหลาดๆหน่อยนะ จะเป็นกางเกงก็ไม่ใช่ ถุงน่องก็ไม่เชิงอะไรแบบนั้น และแบบสุดท้ายเป็นแบบ Over Boots อันนี้จะหุ้มทั้งรองเท้าเลย ของเราแอบขาดกะจุยไปตั้งแต่วันแรกเช่นเดียวกัน จะใช้ต้องเรียกว่าค่อนข้างโปรเลยทีเดียวไม่งั้นสำรองไว้ได้เลย 3-4 คู่ แพงงงงง... สรุปให้นะว่าต้องเอาอะไรไปมั่ง
สำหรับคนที่มีรองเท้ามาเอง
อุปกรณ์เพิ่มสำหรับบางคนและบางทีติดจนเป็นนิสัย เรียกว่าไม่มีไม่ได้
Advertising: FD2rFS my own brand เข้าไปดูผลงานเราได้ที่ http://fd2rfs.multiply.com/ มีไม่เกี่ยวปนๆ ด้วยแต่เราว่าไอ้ที่ไม่เกี่ยวน่ะมันเป็นเรื่องดีๆไง เลยไม่เอาออก
ปล. รูปที่เอามาขึ้นให้วันนี้ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและไม่จำเป็น ก็คิดเอาเองว่าอะไรจำเป็นแค่ไหนอะนะ การแข่งขันต่างๆ-เท่าที่ชั้นรู้-มั้ง!!การแข่งขันต่างๆ
ระดับในประเทศ ของไทยมีอยู่แค่การแข่งขันเดียวคือ Skate Thailand ของสมาคมฯจัดแต่กฎน่าจะอิงมาจากของ ISU นะ ระดับประเทศ · เอาสนุกๆมักจะเป็นการแข่งขันภายใต้กฎกติกาของ ISI ซึ่งให้เหรียญง่าย ตามวัตถุประสงค์ของสมาคมที่เน้นให้คนหันมาเล่นเสก็ตน้ำแข็ง สนับสนุนการเล่นเสก็ตแบบครอบครัว ไม่จำกัดอายุและระดับการแข่งขัน o Skate Hong Kong, Skate Singapore, Skate Malaysia, Skate Indonesia, etc. เห็นแล้วก็แปลกๆว่ะ เพราะว่าเวลามีรายการพวกนี้คนไทยมักจะไปแข่งกับเค้าด้วย แต่พอเป็น Skate Thailand กลับมีแต่คนไทย!! ทั้งคนไทยที่เล่นเสก็ตในต่างประเทศ คนไทยที่เริ่มเสก็ตในประเทศแล้วไปต่อต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งคนไทยที่เล่นในเมืองไทยอยู่แล้ว – ไม่มีปัญญาไปเล่นที่อื่น... (รึเปล่า) o Skate Asia ขอบอกว่าโคตรเอเชียอะ ไม่มีคนญี่ปุ่นมาแข่งด้วยนะ และอีกหลายประเทศในเอเชียที่ไม่ได้มาด้วย แต่เล่นเสก็ตเหมือนกัน (มั้ย??) · แข่งเล่นๆหาเงินของนักเสก็ตน่าจะเป็นประเภท Four Continent เพราะดูแล้วเหมือนเอามาแค่ตัวแทนเพียงคนเดียวจากแต่ละโซนในแต่ละประเภทการแข่งขัน ซึ่งถ้าเป็นการแข่งขันจริงๆจังเนี่ย คนแข่งจะมาเยอะกว่านี้ แล้วดูเค้าแข่งกันแบบสบายๆด้วย เลยคิดว่าคงเหมือนหารายได้มากกว่า จริงๆแข่งรายการไหนก็ได้เงินกันนะ ยกเว้นเมืองไทยบ้านเราที่ เก่งแค่ไหนก็จ่ายเอาเอง!
ระดับประเทศแบบซีเรียสๆ โอลิมปิก – ทุกๆ 4 ปี ใน Winter Olympic รายการย่อยรายปี – World Cup, Grand Prix, Cup of Russia, Skate Canada, Trophee League, etc. อาจจะมีรายการที่ย่อยกว่าคือ แบ่งเป็นระดับเลย อย่าง World Junior, Junior Grand Prix อะไรแบบนี้
ถ้าจะนับแต่ในเอเชียนะ ของ ISI – เสก็ตมาเลเซีย, เสก็ตฮ่องกง เสก็ตอินโดนีเชีย เสก็ตฟิลิปินส์ ก็ประมาณว่าของแต่ละประเทศจัดแข่งกันแบบสนุกๆ (และเอาเงินกันสนุกเลยด้วยเหมือนกัน ชั้นเลยไม่แข่งไง เปลืองเงิน) แข่งทุเรดยังไงก็ได้เหรียญ (อาจจะโดนโห่ ถ้าเล่นไม่ดีจริงๆ) ของ ISU – ก็จะมีพวก Asian Junior, Asian Winter Games มีไรอีกไม่รู้แล้วล่ะแต่น่าจะไม่เยอะ เดี๋ยวนี้ ฮ่องกงก็เริ่มใช้ข้อบังคับรึระดับการแข่งแบบ ISU มาใช้แล้วนะ แต่จีนเนี่ยน่าจะมานานแล้ว... ไม่งั้นคงไม่มีนักเสก็ตจีนที่ไปโอลิมปิกเยอะแบบนั้นเหรอกนะ สมาคมเสก็ตทั่วโลกสมาคมระดับนานาชาติ ซึ่งจัดเป็นมาตรฐานของสมาคมเสก็ตทั่วโลก
ข้อมูลจาก Frogs on Ice Skate Web |
|
|