FD2rFS's profileInteresting knowledge in...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ลีลาบนลานน้ำแข็ง2-หมุน

    หมุนก็เป็นท่าบังคับในการแข่งขันเสก็ตประเภทลีลาหรือ ฟิกเกอร์เสก็ต เช่นกัน หลายๆคนที่หัดใหม่ๆบอกว่าเวลาทำแล้วจะมึน แหมใครจะไม่มึนล่ะยะ หมุนซะขนาดนั้น ตั้งกี่รอบ... แต่วิธีแก้ของชั้นคือ ซ้อม ๆ ๆ และซ้อมย่ะ แต่ถ้าพอเป็นบ้างแล้วลองหมุนเร็วๆดูจะไม่มึนมากเท่ากับหมุนช้านะ แต่ที่มหัศจรรย์กว่าคือมันคุมความเร็วได้ด้วยจะเอาเร็วเอาช้า แค่ขยับแขนขยับขานิดๆหน่อยๆเอง แต่ไอ้เรื่องหมุนยังไงให้อยู่กับที่เนี่ยชั้นยังมีปัญหากับมันเลยว่ะ

    ·          หมุนให้อยู่เป็นที่เป็นทาง ทำยังไงหรือมีเทคนิคยังไง

    ·          ไม่ใช่แค่คนที่หัดใหม่จะมึนเวลาหมุนนะ (เกือบ)โปรปั่นมากๆ ก็ปวดหัวนะ (หรือชั้นเป็นอยู่คนเดียววะ)

     

    Spin Entry คือการเริ่มเข้าจังหวะหมุน สำคัญตรงที่ว่ามันจะช่วยให้เราหมุนได้ดีมั้ย เร็วมั้ย(ไม่สำคัญมากนักแต่มันก็พอช่วยได้) เพราะมันจะเป็นจังหวะที่ส่งแรงมาที่ศูนย์กลาง (ยังกะกำลังภายในเนอะ) ถ้าเริ่มไม่ดีก็... หมุนได้ไม่รอบ ไม่อยู่เป็นที่ อะไรแบบนี้... ส่วนการส่งแรงเพื่อเข้าท่าหมุนนี่มีสองแบบคือเข้าแบบ Backward Crossover มาก่อน กับ เข้าด้วย 3-turn แล้ววางเท้าอีกข้างที่จะเป็นแกนลงไป (ไม่แน่ใจว่ามันคือ Back Mohawk รึเปล่าว่ะ)

    มาถึงส่วนเข้าหมุนที่สำคัญจริงๆ คือช่วงเริ่มเข้าจังหวะนี้เนี่ยแหละ คือจะลากเท้าข้างที่เป็นแกนโค้งสวนกลับทางกับจังหวะที่ส่งเมื่อกี้นี้ จังหวะที่ลากก็ค่อยๆกดน้ำหนักลงไปทางหัวจิกเล็กน้อย ซึ่งตัวจะหันเป็น 3-turn เองแล้วขาอีกข้างที่จะอยู่ทางด้านหลัง ให้เหวี่ยงให้มาอยู่ข้างๆซึ่งจะยกขนานพื้น (ถ้าสามารถยกได้สูงนะ) ไปทางที่จะหมุนซึ่งปกติที่ทำกันจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา อืม... ไม่เห็นภาพเนอะ หาคลิปดูไปก่อน ไว้จะทำการ์ตูนมาใส่ให้ทีหลัง (เมื่อว่าง) แค่นี้ก่อนนะ เพราะเทคนิคเนี่ย อธิบายแอบยากเหอะ แล้วที่สำคัญ อีชั้นลองแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไปง่ะ เลยละไว้ก่อนเด้อ...

     

    SPINS

    ว่าไปเราก็ลืมแนะนำว่า ตกลงแล้วมันมีพื้นฐานท่าหมุนที่ต้องทำเป็นทั้งหมดกี่ท่า เราเลยมาย้อนหน่อยนะ ว่ามันจะแบ่งเป็น

        - Upright Spins ง่ายๆคือท่าที่เราต้องยืนปกติน่ะแหละ

        - Sit Spins ชื่อก็บอกอยู่ว่านั่ง แต่อันนี้ก็อยู่ที่ความแกร่งของและคนว่าจะนั่งลงไปได้สุดแค่ไหน :)

        - Camel Spins ท่านี้จะเหมือน Spiral (ไม่รู้ว่าเคยพูดถึงท่านี้ไปรึยัง) คือเท้าข้างนึงจะอยู่ที่พื้น และอีกข้างจะเหยียดไปด้านหลัง ไหล่-ลำตัวขนานพื้น แต่ต่างที่ต้องหมุนไปด้วยยแค่นี้ (เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลยอ่า)

        - Flying Spins เรียกจากท่าเข้าหมุนท่าอื่นด้วยการเพิ่มการกระโดดก่อนเข้าหมุน ส่วนมากจะต่อด้วย Camel หรือ Sit Spin เป็น Flying Camel หรือ Flying Sit Spin และมีท่า Death Drop ที่จัดอยู่ในประเภทนี้ด้วย

        - Combination Spins อันนี้คือการรวมท่าหมุนทุกท่าที่เราทำได้แล้วมาต่อกัน ใช้พลังมากมายเลยอ่ะ อิอิ แต่สนุกดีเหมือนกัน ตรงที่มันวัดได้เลยว่าเราแน่นท่าหนมุนแค่ไหน และมันก็ช่วยให้ท่าหมุนเดี่ยวๆแต่ละท่าเราชัวร์ขึ้นด้วย ถึงจะเพิ่งหัดหมุน พอได้นิดๆหน่อยก็แนะนำว่าควรจะลองเล่นดู แล้วจะทำให้เสก็ตสนุกขึ้นเยอะ

     

    คราวนี้เรามาเข้ารายละเอียดของท่าประเภท Upright Spin กันก่อน โดยเริ่มจากเบสิกที่สุดคือ...

    TWO-FOOTED SPIN คือการหมุนด้วยขาทั้งสองข้าง (มีรูปให้ดู ทำไว้นานแล้ว) ส่วนการฝึกเริ่มจากการเกาะขอบลานฝึกเท้าให้ไหลเป็นวงคล่องๆก่อนแล้วค่อยขยับไปทีละเสต็ป

    • level 0 - เกาะขอบลาน ลากเส้นตรงเส้นนึง วางเท้าสลับกันบนเส้นกะล่างเส้น ขยับขากลับไปกลับมาเป็นครึ่งวงให้โค้งต่อกันได้จนเป็นวงกลมก่อน และพอเริ่มรู้สึกว่าทำวงกลมได้ลื่นแล้วก็ทำเสต็ปต่อไปกัน
    • level 1a - อันนี้เราจะยังอยู่ที่ขอบลาน ยืนเท้าคู่กันให้น้ำหนักลงเมือน level 0 (และรูปที่ทำไว้นะ) อาศัยว่าใช้มือดันให้ตัวหมุนจากขอบลานเอา
    • level 1b - ทำ Pivot ถ้าหมุนไปด้านปกติคือ ทานเข็มนาฬิกาจะใช้ Toe pick ของเท้าซ้ายจิกที่พื้นล็อกไว้ก่อน และเท้าขวากางออกไปด้านข้าง วางตรงๆเหมือนยืนปกติ ทิ้งน้ำหนัลงตรงกลางเพื่อจะได้ลากเท้าบวาเข้ามาติดเท้าซ้ายง่ายๆ คราวนี้ใช้แขนช่วยเหวี่ยงเล็กน้อยให้ตัวหมุนไปได้ ถ้าแค่ Piviot จะลากเท้าเป็นวงเฉยๆ สามรอบแล้วก็ออกเลย จริงๆหัดแค่นี้ก่อนก็ได้ แต่ถ้าอยากจะทำต่อก็รอบที่สี่ค่อยๆยืดตัวขึ้น ลากเท้าขวามาชิดเท้าซ้าย พร้อมกับค่อยๆเก็บแขนเข้ามาด้วย แรกๆก็ไม่ต้องหมุนเร็วนัก อาจจะมึนๆหน่อย แต่หัดบ่อยๆเอาและค่อยๆเพิ่มความเร็ว
    • level 2 - อันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากว่าลองเข้าท่าหมุนด้วยวิ่ธีที่บอก (Spin Entry) น่ะ แล้วก็ค่อยๆเพิ่มความเร็ว เพิ่มจำนวนรอบ
    • level 3 - อันนี้ต่อจาก level 2 นะถ้าทำ level 2 คล่องแล้ว หมุนได้นานขึ้นแล้วลองทำระดับนี้ต่ออีกนิด คือฝึกยกเท้าขวาขึ้นด้วย ยกไม่ต้องสูงมาก แค่กะให้รู้ว่าจะต้องถ่ายน้ำหนักลงเท้าซ้ายแค่ไหนก่อน เพราะขั้นต่อไปเราจะไปทำ One-footed spin กัน

    ONE-FOOTED SPIN คือการหมุนด้วยขาเดียว ส่วนการฝึกเราจะมาต่อจาก Two-footed level สุดท้ายกัน... แล้งค่อยๆต่อไปท่าอื่นที่อยู่ในประเภท Upright Spin เลยนะ เราจะไม่แยกเหมือนหนังสือเสก็ตเล่มอื่นนะ (ปวดกบาล จะแบ่งเยอะไปไหน มันคือประเภทนี้น่ะแหละน่า)

                            - Forward Open Spin

                            - Back Open Spin

                            - Forward Scratch Spin

                            - Back Scratch Spin

                            - Change Footed Spin

                            - Crossfoot Spin

                            - Layback Spin

                            - Biellmann Spin

    ONE-FOOTED SPIN คือการหมุนด้วยขาเดียว ส่วนการฝึกเราจะมาต่อจาก Two-footed level สุดท้ายกัน... แล้งค่อยๆต่อไปท่าอื่นที่อยู่ในประเภท Upright Spin เลยนะ เราจะไม่แยกเหมือนหนังสือเสก็ตเล่มอื่นนะ (ปวดกบาล จะแบ่งเยอะไปไหน มันคือประเภทนี้น่ะแหละน่า) เอาเป็นว่าจะสอนท่าธรรมดาไปก่อน แล้วส่วนท่าย่อยอื่นๆไว้จะอธิบายว่ามันต่างกันยังไงให้แทนแล้วกัน

    จาก Two-Footed Spin level 3 ทำให้คล่อง และจังหวะที่หมุนด้วยขาข้างเดียวทำได้นานขึ้นค่อยไปต่อ อันนี้ไม่มีอ็อปชั่นให้เลือกมากเว้นแต่คล่องระดับนึงไปแล้ว ส่วนวิธีที่จะทำให้ทรงตัวได้ก็แค่ทำ one-foot glide โดยเริ่มจากท่า FORWARD GLIDES/FORWARD STROKING แล้วยกเท้าขึ้นข้างนึง

         - Forward Open Spin จากที่สังเกตคนอื่นเล่น ท่านี้ไม่ค่อยมีใครใช้จริงๆจังนะแต่จะใช้เป็นส่วนนึงของท่า one-foot spin มากกว่า สังเกตตอนที่เข้าจังหวะหมุนดีๆ ช่วงที่เริ่มหมุนสาม-สี่รอบแรกจะเป็นท่านี้ที่เค้าใช้แล้วตามด้วยเก็บขาเข้าเพื่อให้หมุนได้เร็วขึ้น นานขึ้น แตก็เห็นบางคนที่ใช้ท่านี้ซ้อมเหมือนกัน คิดว่าที่ใช้เป็น open คือยกข้างที่เป็น free leg ไว้ระหว่างที่หมุนโดยไม่เก็บเข้า น่าจะเป็นการฝึกทรงตัวเวลาหมุน อ่อ ใช้เป็นท่าฝึกก่อนทำ Layback Spin ด้วย (ที่ส่วนมากจะเป็นผู้หญิงกับกระเทยทำน่ะ) การฝึกให้ยกขาได้สูงๆก็อาศัยความแข็งแรงของขา กับความยืดหยุ่นด้วย ท่านี้จะดูดีขึ้นถ้าขาขาวเกือบตั้งฉากกับขาซ้ายที่เป็นแกนหมุน

         - Back Open Spin ก็คือท่าเดียวกับ Open Spin ที่เขียนอธิบายอยู่ข้างบนเนี้ยแหละ แต่ต่างแค่ขา ปกติจะทำ one-foot กันด้วยข้างซ้ายที่จะเป็นแกนหมุนและหมุนทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งจะเป็นการหมุนไปข้างหน้าถ้าสังเกตดีๆ เลยเรียก Forward ส่วน Backward จะใช้อีกข้างแทนในขณะที่ทิศทางหมุนยังคงเป็นหมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างเดิม ส่วนของการทิ้งน้ำหนักลงที่เท้ายังคงเป็นจุดเดิม คือ Spin Rocker ที่อยู่ในภาพนี้

     

     สำหรับการฝึกจะไปกล่าวถึงในส่วนของ Back Scratch Spin นะ

         - Forward Scratch Spin โดยปกติแล้วจะใช้ขาซ้ายเป็นแกนหมุน และทิศทางการหมุน หมุนทวนเข็มนาฬิกา ส่วนในจังหวะสุดท้ายขาขวาที่เป็นฟรีเลคจะเหยียดตรงลงไปไขว้อยู่ด้านซ้ายของเท้าซ้าย (ฝึกต่อจาก Forward Open Spin ได้เลยนะ :)) ไม่รู้ว่าใครเป็นบ้างเพราะเราเหยียดสุดไม่ได้ ถ้าเหยียดสุดจะติดพื้น

         - Back Scratch Spin ท่านี้จะเหมือนกับ Forward Scratch Spin ต่างแค่เปลี่ยนเป็นขาซ้ายไขว้มาทางขาขวาแทน

    ขั้นตอนการฝึก

    ·          แบบแรก ฝึกจากท่า two-footed spin แต่พยายามให้น้ำหนักลงไปที่เท้าขวาแทนแล้วค่อยๆยกเท้าซ้ายขึ้น ถ้าทำไม่ค่อยได้ก็ไปเกาะขอบลานช่วยได้นะ

    ·          แบบที่สอง ฝึกจาก one-footed spin ทำเป็น change foot คือทำ one-footed spin ปกติเพื่อให้แรงส่งของจังหวะหมุนยังอยู่ (เท้าขวายกขึ้นมาตรงๆ ไม่ต้องไขว้เป็น scratch spin นะ แต่ถ้าคล่องแล้วจะลองไขว้ก็ได้ เท่ากับเป็นการฝึก change-footed ไปด้วยเลย) วางเท้าขวาลงถ่ายน้ำหนักจากขาซ้ายไปขาขวาพร้อมกับค่อยๆยกเท้าซ้ายขึ้นตรงๆหรือจะไขว้ก็ได้นะ (คนที่คล่องแล้วการเปลี่ยนขาจะใช้การวางเท้าแล้วแล่นไปตามรอยที่หมุนอยู่ แล้วยกเท้าอีกข้างขึ้นหรือเปลี่ยนท่าหมุน แต่ย่อเข่าส่งด้วยนะ)

    เพิ่มอีกนิดไม่รู้ว่าสอบ ISI Freestyle 3 จะยังมีท่านี้อยู่รึเปล่า แต่ถ้ามีเค้าจะเปลี่ยนสองครั้งคือ เปลี่ยนเป็นขวา (back spin) แล้วเปลี่ยนกลับเป็นขาซ้ายเหมือนเดิมด้วย

    ·          แบบที่สาม... (เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราเองแหละ อิอิ) ยืนเต็มสองเท้าปกติ ถ่ายน้ำหนักลงไปจุดที่จะใช้หมุนของเท้าข้างขวา (ถ้าหมุนทวนเข็มนาฬิกาแบบคนส่วนมาก) ถ่ายน้ำหนักจากขาซ้ายที่เป็น free leg ไปทางขาขวา แล้วเตะขาซ้ายเฉียงออกไปทางด้านหน้า แรกๆอาจจะยกสูงๆไม่ไหว หรือได้รอบสองรอบก็ไม่เป็นไรนะ เอาให้กะจุดหมุนกับน้ำหนักที่จะลงได้ก่อน เพราะคล่องแล้วใช้วิธีนี้ ไม่มันส์แล้วล่ะ เหอๆๆ (คล่องแล้วไปทำวิธีถัดไปได้เลย)

    ·          แบบสุดท้าย โปรๆ (555) LFI (เบลดซ้ายด้านใน) เป็นเส้นครึ่งวงกลมเปลี่ยนเป็น RFI (เบลดขวาด้านในเช่นกัน) ทิ้งจังหวะให้ช้าลงสักนิดแล้วบิดเป็น 3-turn พลิกตัวเข้า back open spin พอจังหวะหมุนเริ่มอยู่แล้วค่อยๆเก็บขาไขว้มาด้านหน้าแล้วเหยียดลงไปเป็น back scratch spin การออกก็แค่ยกเท้าซ้ายออกแล้วเหยียดเฉียงไปทางด้านหลังพร้อมกับกางแขนออก

     

     

    ปล. มือของสองเสต็ปแรกผิดไปนิด.. :p จริงๆเสต็ปแรก มือจะกางออกด้านข้างเฉียงไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่วนเสต็ปสองพับข้อศอกเข้ามาค่อยๆเก็บบเข้ากลายเป็นเสต็ปสาม

     

    CHANGE FOOTED SPIN เขียนบอกไปแร้วในการฝึก back spin นะจ๊ะส่วนการเปลี่ยนเป็นท่าต่างๆที่เราเป็นๆกันก็แค่ฝึกแต่ละท่าที่จะบอกต่อๆไปนี่ให้คล่องก่อนแล้วเวลาต่อจะไปได้เอง (ยกเว้นการคุมจังหวะหมุนให้ได้นานๆ 555 เพราะอีชั้นก้อยังทำไม่ได้ฮ่า หุหุ)

     

    CROSSFOOTED SPIN อารมณ์เดียวกับ Scratch Spin แต่เหยียดลงพื้นไปวางแล้วหมุนไปด้วยกันเลย โดยลักษณะการวางหัวรองเท้าจะบิดเข้าหากันเล็กน้อย (เหมือนจะไม่ยากนะ แต่ยากอยู่ไม่น้อย อิอิ) จัดเป็นอีกหนึ่งท่าที่เป็น two-footed Spin มีวิธีการเข้าสองแบบคือเข้าแบบ Scratch Spin แล้วเยียดเท้าลงไปแตะพื้น กับเข้าเป็น two-footed spin แล้วเลื่อนเท้าไปไข้วกัน รู้สึกอันหลังจะยากกว่านะ และท่านี้จะใช้แทน Layback Spin ในการสอบและแข่งขันสำหรับประเภท Men ในระบบของ ISI แต่เหมือนว่าจะไม่ค่อยเห็นในการแข่งทั่วไปนะ

     

    LAYBACK SPIN AND BIELLMANN SPIN ท่านี้รู้สึกว่าสมัยนี้ผู้ชายก็ทำได้เหมือนกัน เหอๆๆ แต่ก็ยังคงเป็นท่าบังคับของผู้หญิงอยู่ดี :) ท่าแรกคือ layback จะเป็นท่าที่เอนตัวตั้งแต่เอวขึ้นไปลงมาขนานพื้น (แต่ถ้าตัวอ่อนมากๆห้อยลงไปมากกว่านั้นก็อย่าตกใจไป) และขาขวาที่เป็น free leg (ท่านี้จะเป็น forward spin กรณีคนที่หมุนทวนเข็มนาฬิกา) จะไปข้างหลังแต่จะพับขึ้นมา กางออก หรือยกสูงแค่ไหนก็ขึ้นกับว่าอยู่ตำแหน่งไหนจะทรงตัวอยู่ได้มากกว่า ส่วนคตวามสวยงามจะมาทีหลัง ยิ้มแฉ่ง

     

     

    จบส่วนของ Upright Spin แล้วล่ะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมแล้วจะเอามาใส่ให้นะ

     

    SIT SPIN, CAMEL SPIN และท่าหมุนอื่นๆจะไปอยู่ในภาคสองนะจ๊ะ ^^

     

    OFF-ICE & ON-ICE SPIN

    อันนี้จะขอยกไปโพสลงในส่วนของการหมุนภาคสองเช่นกันนะจ๊ะ

     

    ลีลาบนลานน้ำแข็ง 1 - การเสก็ตขั้นพื้นฐาน ภาคสอง

    CHANGE OF EDGE

    มาถึงเรื่องที่ยากที่สุดและก็ทำให้สวยยากที่สุดเช่นกัน... ท่ากลุ่มนี้จะเป็นท่าที่ใช้ในการเปลี่ยนทิศทางการวิ่งจาหไปข้างหน้าก็ไปข้างหลัง หรือจากวิ่งถอยหลังก็หันไปด้านหน้าแทน แน่นอนว่าเปลี่ยนเท้า เปลี่ยนด้านเบลด หรืออาจจะเปลี่ยนมันทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน และท่าพวกนี้จะใช้เดี่ยวๆในกรณีที่เป็นจังหวะก่อนเทคออฟ (กระโดด) และจะใช้แบบปนๆกันจนดูเหมือนว่ามั่วๆตอนเป็นท่าบังคับที่เรียกว่า Footwork (ในรายการแข่งขันบางรายการก็มีแข่งแต่แบนี้อย่างเดียวด้วย คนที่ลงนี่โคดเก่งว่ะ) ถ้าเป็นการสอบของสมาคม ISI (คืออะไรบอกไปแล้วไปดูเอาในบทสมาคมเสก็ตเอานู่น) จะมีบังคับว่าต้องทำท่ากลุ่มนี้ประเภทไหนบ้าง ทำด้านไหนซ้ายขวา ถ้าผิดก็คือสอบไม่ผ่าน!! ด้านไหนเรารู้สึกว่ามีไฟล์เก่าเก็บไว้ ถ้าเจอจะเอามาขึ้นให้ทีหลังนะ เอาเป็นว่าสรุกให้ง่ายๆว่ามันจะเปลี่ยนยังไง (ไม่รู้จะอธิบายเป็นภาษาไทยยังไง โทดทีเว่ย อิอิ)

                - Forward Outside to Inside

                - Forward Inside to Outside

                - Backward Outside to Inside

                - Backward Inside to Outside

                - ยกเว้นท่า Mohawks กับ Choctaws ที่จะเปลี่ยนขา เปลี่ยนทิศทางการเล่น แต่ไม่เปลี่ยนด้านของสันเบลด

     

    Mohawks ท่าทีบอกก่อนเลยว่าเป็นท่ากลับทิศทางการเล่นที่ง่ายที่สุด แค่ว่าพอจะมีการทรงตัวที่ดีอยู่บ้าง บนขาข้างเดียวนะ!! และที่สำคัญท่ากลุ่มนี้เปลี่ยนแต่เท้าจากหน้าไปหลัง ไม่ต้องเปลี่ยนสันเบลด

    • Inside Open Mohawk/Inside Closed Mohawk สองท่านี้ต่างกันแค่เท้าที่จะวางและสะโพกที่จะหันมากหรือน้อยกว่าแค่นั้น เริ่มจากเท้าขวาเป็นข้างที่ยืนนะ (มาตรฐานคนทั่วไปจะถนัดข้างนี้มากกว่า) แล้วซ้ายจะเป็นข้างที่จะมาเปลี่ยนเป็นข้างที่ยืนแทน เริ่มจากตอนที่จะเปลี่ยนเลยแล้วกันนะ ยืนขาขวาที่กำลังแล่นไปข้างหน้าน้ำหนักลงที่สันเบลดด้านในมากกว่าด้านนอก ยกเท้าซ้ายขึ้นไม่ต้องสูงมากอะ แบบแรก –open นะ- เลื่อนมาด้านหน้าให้ตั้งฉากกับเท้าขวา เท้าซ้ายจะอยู่ในวง วางลงแล้วพอเท้าข้างซ้ายแตะพื้นปุ๊บตัวเราจะกลายจะเป็นแล่นถอยหลังแทนส่วนน้ำหนักตัวจะยังอยู่ที่สันเบลดด้านในเหมือนเดิม เท้าขวาเหยียดไปด้านหลัง สะโพกจะหันแบบเอียงๆ แต่ถ้าเป็น closed จะต่างกันตรงเท้าซ้ายจะไปอยู่ด้านหลังเท้าขวาที่กำลังแล่นอยู่ วางลงกลับด้านเหมือนกันแต่สะโพกจะหันตรงๆ คือตัวจะหันกลับด้านเลย เท้าขวาเหยียดไปข้างหน้า อ่อแขนจะช่วยในท่าพวกเปลี่ยนด้านได้ดี แต่เราเองก็ลืมประจำเหมือนกัล อิอิ เพราะฉะนั้นแขนกางตรงๆ ขวาไปด้านหน้า ซ้ายไปด้านหลัง แต่ไม่ต้องเปลี่ยนตามตัวตามขานะ ยกเว้น Closed อาจจะกางตรงๆไปหน้าหลังไม่ได้ซะทีเดียว ข้างขวาก็อาจจะมากางอยู่ข้างๆตัวแทนหลังจากที่หันกลับด้านแล้ว อีกข้างก็ทำเหมือนกันแหละ ส่วนวิธีการฝึกขั้นเริ่มต้นคือเกาะขอบ ฝึกเปลี่ยนเท้าอย่างเดียวจนเริ่มคล่องก่อนแล้วค่อยๆลองแบบไม่ต้องเกาะ รึเกาะให้น้อยที่สุดแล้วค่อยเพิ่มความเร็ว ท่านี้เปลี่ยนทิศทางการเล่นที่ปลอดภัยที่สุดแล้วว่ะ แบบแค่เปลี่ยนน้ำหนักจากข้างนึงไปข้างนึงจากแล่นไปด้านหน้าก็หันแล้วแล่นไปด้านหลังแทนแค่นั้น เท้านี่เอาจริงๆแทบไม่ได้ยกเลยว่ะ อิอิ
    • Outside Open Mohawk/Outside Closed Mohawk มันคือท่าแบบเดียวกะข้างบน แต่เปลี่ยนเป็นใช้สันด้านนอกแทน ถ้าใช้ขาขวายืนเหมือนท่าข้างบนก็ต้องวิ่งตามเข็มนาฬิกาว่ะ คือสวนกะชาวบ้านเค้า แต่เรารู้สึกว่าถ้าทำ outside เนี่ยเป็น Closed จะง่ายกว่า ลองไปหัดเองแล้วกันนะ อิอิ
    • Back Mohawk อันนี้คือการหันกลับจากหลังไปหน้า ง่ายๆคือมะกี้เท้าซ้ายยืนช่ายมะ กำลังวิ่งถอยหลังอยู่ แบบแรกเปลี่ยนแบบหันออกนอกวง วางเท้าขวายกเท้าซ้าย เปิดไปด้านหลังค่อยๆวางหันเท้าไปด้านหน้า เท้าขวาดันตัวไปข้างหน้า แค่เนี้ยเส็ดละ อีกแบบหันเข้าในวงถ้ายืนด้วยเท้าซ้ายอยู่ก็วางเท้าขวาแบบหันเฉียงๆเข้าในวงไปด้านหน้า เท้าซ้ายดันแต่นี้ก็เส็ดละ อิอิ แค่นี้แหละ...
    • Drop Mohawk/Swing Mohawk ส่วนมากจะใช้ท่าพวกนี้ในไอซ์แดนซ์อะ จะเอาไปประยุกต์เป็นสเต็ปต่อเนื่องแทน อันนี้คงไม่ขอบพูดถึงนะ เราเองก็ไม่รูว่ามันทำยังไงด้วยล่ะ แต่ถ้าเราได้เรียน (คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้แล้วว่ะ) แล้วจะเอามาบอกแล้วกันว่ามันคือทำยังไง ฝึกยังไง ถ้าจะสอนอันนี้ได้อีชั้นคงเป็นโค้ชระดับสูงๆไปแล้วว่ะ เพราะต้องรู้ทุกประเภทการข่งขัน แต่เรา แค่ที่ตัวเองเล่นอยู่ยังเอาชีวิตแทบไม่รอดแล้วเลย (ถึงแม้ว่าจะยังคงแอบ... หวังลึกๆว่าจะได้มีโอกาสเป็นผู้ช่วยโค้ชก็ยังดีวะ จะได้เรียนเสก็ตเพิ่มอีกนิดๆหน่อยก็ยังดี...)

    Three Turns

    ที่เรียกว่า three-turn เพราะว่าเส้นที่ปรากฏบนลานจะเหมือนเลขสามง่ะ วิธีฝึกสำหรับคนที่ยังไม่ชัวร์ว่าสามารถยืนขาเดียวแล้วหันเปลี่ยนด้านได้ก็หัดแบบนี้ก่อน...

    • 33-turn คือ แล่นไปข้างหน้าด้วยขาคู่ ย่อเข่าให้ห้ำหนักส่วนมากอยู่ที่เท้าซ้าย (วิ่งทวนเข็มนาฬิกานะ) หันตัวเข้าด้านในวง เท้าให้กดน้ำหนักไปทางหัวจิกนิดๆ พอตัวหันไปแล้วก็ถ่ายน้ำหนักกลับไปที่กลางเบลดเหมือนเดิม ปะมานว่าอีกข้างเอาไว้พยุงเฉยๆปะมานนี้ก็ได้อะนะ อ่อทุกอันที่อธิบายจะเป็นการเล่นแบบทวนเข็มนาฬิกาทั้งหมดนะ คือไลน์การเล่นปกติของลานทั่วๆไปที่จะวิ่งวนไปทางซ้าย ส่วน outside กับ inside ดูจากตอนเริ่มว่าเริ่มด้วยสันเบลดด้านไหน
    • Forward Outside Three Turn วางเท้ารูปตัว T ไม่ก็เป็นตัว V แต่ถ้าจะมาทำท่านี้ก็ควรจะทำ T-Stop ได้แล้วอะนะ เท้าซ้ายยืนตั้งฉากกับเท้าขวา ใช้เท้าขวาช่วงประมาณกลางๆเบลดดันไปข้างหน้า เท้าซ้ายจะโค้งๆหน่อย ค่อยกดน้ำหนักไปที่หัวจิกร่องล่างสุดเกี่ยวพื้น แล้วปัดส้นเท้าไปทางนอกวงเกือบๆ 180 องศา แล้วถ่ายน้ำหนักกลับจากหัวจิกสุดท้ายไปอยู่กลางเบลดเหมือนเดิม ที่เป็น outside เพราะว่าดูจากท่าเริ่มซึ่งจะเริ่มจากเท้าซ้ายแล้วน้ำหนักส่วนมากจะอยู่ที่สันเบลดด้านนอก หันแล้วจะเป็นสันด้านในที่จะใช้มากกว่าแทน
    • Forward Inside Three Turn ทำเช่นเดียวกันแต่เปลี่ยนเท้าเป็นเท้าขวาตั้งฉากกับเท้าซ้ายและน้ำหนักส่วนมากจะอยู่ที่สันเบลดด้านในของเท้าขวา (ดูจากตอนเริ่ม) แต่พอหันกลับด้านแล้วจะอยู่ที่สันเบลดด้านนอกของข้างขวาแทน
    • Backward Outside Three Turn มันคือท่าเดียวกะที่บอกแต่เป็นข้างหลังแทน อิอิ ส่วนเริ่มก็เริ่มได้หลายแบบ จะออกตัวจาก Backward Swizzle ก็ได้ หรือจะออกแบบทำ Three-turn แล้วต่อท่านี้ก็ได้แต่ท่าจะเป็นแบบนี้ คือ outside จะเป็นขาขวา (แล่นถอยหลังอยู่) น้ำหนักจะถ่ายไปทางส้นเท้าหรือส่วนหางเบลด ปัดหัวเท้าไปด้านหน้า หันออกนอกวงไปเกือบๆ 180 เช่นเดิม แล้วทิ้งหน้าหนักกลับที่กลางๆเบลดเหมือนเดิม แค่เนี้ย เส็ดละ อิอิ แต่ทำถอยหลังจะเห็นเส้นเป็นเลขสามไม่ชัดเท่าทำจากด้านหน้าน
    • Backward Inside Three Turn เหมือนเดิม (เหมือนกะ Back Outside Three Turn) แต่ว่าเป็นเท้าซ้ายแทน (ทำทวนเข็มนาฬิกานะ)
    • Double Tree Turn จะเริ่มจากวิ่งมาก่อนหรือยืนเฉยๆเป็นตัว T ก็ได้ แต่จะเป็นการทำ Forward Three Turn ที่หันแล้วค้างไว้นับสามต่อด้วย Backward Three Turn หันกลับไปด้านหน้าเหมือนเดิม ถ้าเริ่มด้วยการทำ outside จะเป็นเท้าซ้ายช่ายมะ แล้วพอหันหลังแล้วจะ มันคือรอบแรก จะกลายเป็นถอยหลังและน้ำหนักอยู่ที่สันเบลดด้านในเป็น  Backward Inside Three Turn ถ่ายน้ำหนักต่อเนื่องเลยจากตอนแรกที่กดมาทางหัวจิก หันแล้วถ่ายน้ำหนักกลับไปที่กลางเบลดเลยต่อไปถึงส่วนหาง ปัดเท้าไปทางด้านหน้าต่อเลยจะเป็น นับเป็นรอบที่สอง เลยเรียก Double Three Turn อ่ะ งง ล่ะสิ... เออ เอาง่ายๆ มันคือทำไอ้สองแบบแรก Forward กับ Backward ต่อกันนั่นแหละ ท่านี้ใช้วอร์มตอนลงลานใหม่ๆได้ดี เอาไว้ฝึกขา-เสต็ปเท้าด้วย (แม่งแต่ล้มทีเจ็บชิป-ายเลยว่ะ เคยล้มครั้งนึงตอนกำลังวอร์มท่านี้พอดี หูยต้องหาอะไรพันข้อมือเลย แล้วตูดก็เจ็บโคดๆ ชาเรย...T_T ถ้าล้มจำไว้ว่าอย่าพยายามเอามือยัน... -_-“)

    Choctaws

                ท่านี้เหมือนกับ Mohawk นะ แต่ต่างกันที่มีการเปลี่ยนสันเบลดเพิ่มมาด้วย ส่วนดูว่าเป็น inside หรือ outside ก็ดูจากตอนเริ่มเช่นกัน ที่เราเอามาไว้หลังๆนี่เพราะท่านี้มันต้องเชี่ยวแล้วระดับนึงเหมือนกันง่ะ ต้องพอจะคุมเท้าตัวเองและน้ำหนักตัวให้ลงซ้ายลงขวาได้ ซึ่ง three-turn ยังไปทางเดียว ไม่ค่อยมีปัญหามาก (คิดว่านะ อิอิ) ท่านี้เส้นที่ปรากฏบนลานจะโค้งไปด้านขวา และจะเป็นด้านซ้ายแทนหลังจากเปลี่ยนเท้าแล้วนะ ท่านี้จะใช้ในสเต็ปกันซะเยอะเลยด้วย

    • Outside Choctaws เริ่มจากเท้าซ้ายที่วางตั้งฉากกับเท้าขวาดันตัวไปข้างหน้า เพราะฉะนั้น เท้าขวาจะเลี้ยวไปด้านขวา น้ำหนักจะลงที่สันเบลดด้านขวา แขนขวาเหยียดไปข้างหน้า ข้างซ้ายไปอยู่ด้านหลัง เวลาจะเปลี่ยนขาก็วางเหมือน Mohawk แต่เรารู้สึกว่า เป็น Closed คือวางเปลี่ยนเท้าที่หลังส้นเท้าขวา จะทำง่ายกว่า Open คือวางเท้าซ้ายที่จะเปลี่ยนมายืนแทนช่วงกลางๆเท้าขวา (ซึ่งอันนี้จะใช้กับ Mohawk ง่ายกว่า) พอวางเท้าแล้วบิดสะโพกให้หันไปด้านหลังแทนคราวนี้แขนซ้ายจะอยู่ข้างหน้าเราแล้ว เพราะแล่นถอยหลังไง ทิ้งน้ำหนักให้ลงสันเบลดด้านใน โค้งไปทางด้านแขนขวานะ
    • Inside Choctaws คราวนี้โค้งไปทางเดิมอยู่แต่เป็นเท้าซ้ายแทนนะ แขนซ้ายอยู่หน้าเช่นกัน ส่วนแขนขวาไปอยู่ด้านข้าง หันไหล่ไปก่อนที่จะวางเท้าขวาแทนเท้าซ้ายนะ เราว่าทำ Open น่าจะง่ายกว่า ลองดูนะ พอวางเท้าแล้ว หันไปเต็มตัว เหยียดเท้าซ้ายไปด้านหน้า ให้น้ำหนักลงเท้าขวาลงที่สันเบลดด้านนอกแทนและโค้งไปด้านแขนขวาเช่นกัน ซึ่งมันจะเป็นด้านซ้ายก่อนที่จะหันไง ส่วน Open กะ Closed ตำแหน่งเท้าจะวางเช่นเดียวกับ Mohawk นะ

    Brackets

    มันคือท่าคล้ายๆกับ 3-turn คือ เปลี่ยนสันเบลดจากด้านในเป็นด้านนอก หรือจากด้านนอเป็นด้านใน และไม่เปลี่ยนเท้า ส่วนที่มันต่างก็อยู่ที่ว่าจุดแหลมๆที่เป็นจุดหันจะทิ่มออกนอกวงแทน ง่ายๆคือมันจะเหมือนวงเล็บแบบนึงอะ ที่แหลมๆออกด้านนอก จะอธิบายวิธีแค่ข้างเดียวเช่นเดิมนะ ไลน์จะโค้งไปด้านซ้าย (ทวนเข็มนาฬิกานะจ๊ะ)

    • Forward Inside Bracket ตั้งเท้าเหมือนเช่นเคย เป็นตัว T ไง เท้าขวาเป็นข้างที่จะเสก็ตไปนะตั้งหันไปทางที่จะไป แขนซ้ายเหยียดไปข้างหน้า แขนขวาอยู่ข้างๆ (เหมือนบิดๆเนอะ อิอิ) ให้เท้าซ้ายดันขาขวาให้ตัวเลื่อนไปข้างหน้า ค่อยๆย่อเข่าลง บิดเอวไปด้านขวาหันไหล่ไปด้วย กดน้ำหนักไปที่หัวจิกเล็กน้อยแล้วเท้าซ้ายสวิงมาข้างหน้าช่วยหัน ปัดส้นเท้าเข้าในวง เท้าก็จะหันตาม เพราะฉะนั้น แขนซ้ายจะอยู่ข้างหลังแทน และแขนขวาจะอยู่ข้างหน้า เหยียกดขาซ้ายไปข้างหลัง ถ่ายน้ำหนักกลับไปส่วนกลางๆเบลดเช่นเดิมพร้อมกับค่อยๆ ยืดเข่าขึ้นแค่นี้เป็นอันเส็ดท่าพื้นฐาน ส่วนน้ำหนักที่จะลงที่สันเบลดด้านในหรือนอกก็ขึ้นกับว่าตอนเริ่มเริ่มยังไง หันไปแล้วถ้าไลน์มันโค้งไปทางเดียวกันได้ต่อเนื่องอย่างที่บอกก็คือลงถูกด้านนั่นแหละ อิอิ
    • Forward Outside Bracket ถ้าทำทางเดิมเหมือน outside ก็แค่เปลี่ยนเป็นเท้าซ้ายมาเป็นข้างที่จะเสก็ตแทน นอกนั้นก็เหมือนๆกันส่วนถ้าทำอีกขานึงก็สลับข้างเอา ซ้ายอยู่หน้าก็เปลี่ยนเป็นขวาอะไรแบบนี้
    • Back Inside Bracket/Back Outside Bracket เริ่มจากการยืนหันหน้าไปทางที่จะไป ทำ 3-turn แบบเล็กๆก่อนก็จะเป็นว่า กำลังแล่นถอยหลังช่ายมะ  โค้งไปทางไหนอยู่ให้น้ำหนักลงไปทางส้น ปัดหัวเท้าเข้าในวงเปลี่ยนเป็นหันหน้า รอยอาจจะไม่ชัดเท่ากับเปลี่ยนจากหน้าไปหลังนะแต่ส่วนแหลมๆที่ใช้ส้นเท้ากดไว้จะหันออกนอกวงไง

    Counters

    มันคือ Bracket แต่ว่าหลังจากกลับด้านแล้วจะโค้งไปอีกทาง ซึ่งรอยบนลานจะเป็นตัวเอส ให้หารูปวงกลมที่พื้นไม่ก็จินตนาการเอาว่ามีวงกลมสองวงต่อกันเป็นเลขแปด เริ่มเหมือนเขียนเลขแปด โดยจะเริ่มจากโค้งไปตามวงแรกประมาณครึ่งวง ส่วนจุดแหลมๆที่เป็นจังหวะที่กดหัวจิกล็อกไว้จะหันไปทางวงอีกวงแทน แล้วโค้งไปด้านตรงข้ามกับเมื่อกี้นี้ก็จะได้รูปตัวเอส ส่วนการเริ่มก็ยังคงเป็นตัวบอกว่าจะเรียกว่าอะไร เหมือนเดิม ท่านี้ทำแรกๆละรู้สึกแปลกๆเพราะมันหันขัดๆกับตัวและขาอะ

                - Forward Inside Counters

                - Forward Outside Counters

                - Back Inside Counters

                - Back Outside Counters

     

    Rockers

    ท่านี้จะใกล้เคียงกับท่าข้างบนนะ แต่ต่างที่ว่าจะง่ายกว่านิดนึงตรงที่มันเป็นการหันเปลี่ยนด้านไปตามธรรมชาติของการเล่น คือ 3-turn ที่กลับด้านแล้วจะโค้งไปอีกทาง และรอยบนลานจะเป็นตัวเอส วิธีการฝึกก็ทำแบบเดิมคือให้หารูปวงกลมที่พื้นไม่ก็จินตนาการเอาว่ามีวงกลมสองวงต่อกันเป็นเลขแปด เริ่มเหมือนเขียนเลขแปด โดยจะเริ่มจากโค้งไปตามวงแรกประมาณครึ่งวง ส่วนจุดแหลมๆที่เป็นจังหวะที่กดหัวจิกล็อกไว้จะหันเข้าวงที่เราแล่นโค้งมา แล้วโค้งกลับไปด้านตรงข้ามกับเมื่อกี้นี้ก็จะได้รูปตัวเอส หน้าหลัง ซ้ายขวาเหมือนกัน (อธิบายง่ายไปมั้ย อิอิ แต่มันก็เป็นท่าของอีกระดับ ซึ่งถ้าทำ 3-turn กับ bracket ได้แล้วก็จะเข้าใจท่านี้มากขึ้นเองอะนะ คิดว่านะ)

                - Forward Inside Rockers

                - Forward Outside Rockers

                - Back Inside Rockers

                - Back Outside Rockers

     

    FOOTWORK

    คือการผสม รวมหรือประยุกต์ท่าที่ว่ามาแล้วเข้าด้วยกัน บางทีอาจจะใส่ท่าหมุนและท่ากระโดดที่ไม่เกิน 1 รอบเข้าไปด้วยซึ่งจะบอกในบทต่อๆไป แต่ในการสอบของ ISI จะมีบังคับท่า บังคับเส้นมาให้ว่าจังหวะไหนต้องไปทางไหนด้วย ไฟล์หายแต่ว่าถ้าหาไฟล์เจอจะเอามาขึ้นให้ดูว่ายาก...

     

    จบ จบ จบซะที จบเหอะ...

    เราก็ไม่ค่อยจะชำนาญนักหรอกท่าพวกเนี้ย ทำทีไรได้หัวทิ่มทุกครั้งแหละ ขาไม่แข็งแยงงง~~ T_T มีปันยาอธิบายให้แค่นี้อะนะ...

    ต่อไปจะขึ้นเรื่องปวดหัวๆ แล้วนะ อิอิ เป็นท่าที่ใครๆก็อยากทำเป็น แต่หารู้ไม่ว่าแอบยากใช้ได้เลย...