FD2rFS's profileInteresting knowledge in...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ลีลาบนลานน้ำแข็ง2-หมุน
หมุนก็เป็นท่าบังคับในการแข่งขันเสก็ตประเภทลีลาหรือ ฟิกเกอร์เสก็ต เช่นกัน หลายๆคนที่หัดใหม่ๆบอกว่าเวลาทำแล้วจะมึน แหมใครจะไม่มึนล่ะยะ หมุนซะขนาดนั้น ตั้งกี่รอบ... แต่วิธีแก้ของชั้นคือ ซ้อม ๆ ๆ และซ้อมย่ะ แต่ถ้าพอเป็นบ้างแล้วลองหมุนเร็วๆดูจะไม่มึนมากเท่ากับหมุนช้านะ แต่ที่มหัศจรรย์กว่าคือมันคุมความเร็วได้ด้วยจะเอาเร็วเอาช้า แค่ขยับแขนขยับขานิดๆหน่อยๆเอง แต่ไอ้เรื่องหมุนยังไงให้อยู่กับที่เนี่ยชั้นยังมีปัญหากับมันเลยว่ะ
· หมุนให้อยู่เป็นที่เป็นทาง ทำยังไงหรือมีเทคนิคยังไง
· ไม่ใช่แค่คนที่หัดใหม่จะมึนเวลาหมุนนะ (เกือบ)โปรปั่นมากๆ ก็ปวดหัวนะ (หรือชั้นเป็นอยู่คนเดียววะ)
Spin Entry คือการเริ่มเข้าจังหวะหมุน สำคัญตรงที่ว่ามันจะช่วยให้เราหมุนได้ดีมั้ย เร็วมั้ย(ไม่สำคัญมากนักแต่มันก็พอช่วยได้) เพราะมันจะเป็นจังหวะที่ส่งแรงมาที่ศูนย์กลาง (ยังกะกำลังภายในเนอะ) ถ้าเริ่มไม่ดีก็... หมุนได้ไม่รอบ ไม่อยู่เป็นที่ อะไรแบบนี้... ส่วนการส่งแรงเพื่อเข้าท่าหมุนนี่มีสองแบบคือเข้าแบบ Backward Crossover มาก่อน กับ เข้าด้วย 3-turn แล้ววางเท้าอีกข้างที่จะเป็นแกนลงไป (ไม่แน่ใจว่ามันคือ Back Mohawk รึเปล่าว่ะ)
มาถึงส่วนเข้าหมุนที่สำคัญจริงๆ คือช่วงเริ่มเข้าจังหวะนี้เนี่ยแหละ คือจะลากเท้าข้างที่เป็นแกนโค้งสวนกลับทางกับจังหวะที่ส่งเมื่อกี้นี้ จังหวะที่ลากก็ค่อยๆกดน้ำหนักลงไปทางหัวจิกเล็กน้อย ซึ่งตัวจะหันเป็น 3-turn เองแล้วขาอีกข้างที่จะอยู่ทางด้านหลัง ให้เหวี่ยงให้มาอยู่ข้างๆซึ่งจะยกขนานพื้น (ถ้าสามารถยกได้สูงนะ) ไปทางที่จะหมุนซึ่งปกติที่ทำกันจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา อืม... ไม่เห็นภาพเนอะ หาคลิปดูไปก่อน ไว้จะทำการ์ตูนมาใส่ให้ทีหลัง (เมื่อว่าง) แค่นี้ก่อนนะ เพราะเทคนิคเนี่ย อธิบายแอบยากเหอะ แล้วที่สำคัญ อีชั้นลองแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไปง่ะ เลยละไว้ก่อนเด้อ...
SPINS
ว่าไปเราก็ลืมแนะนำว่า ตกลงแล้วมันมีพื้นฐานท่าหมุนที่ต้องทำเป็นทั้งหมดกี่ท่า เราเลยมาย้อนหน่อยนะ ว่ามันจะแบ่งเป็น
- Upright Spins ง่ายๆคือท่าที่เราต้องยืนปกติน่ะแหละ
- Sit Spins ชื่อก็บอกอยู่ว่านั่ง แต่อันนี้ก็อยู่ที่ความแกร่งของและคนว่าจะนั่งลงไปได้สุดแค่ไหน :)
- Camel Spins ท่านี้จะเหมือน Spiral (ไม่รู้ว่าเคยพูดถึงท่านี้ไปรึยัง) คือเท้าข้างนึงจะอยู่ที่พื้น และอีกข้างจะเหยียดไปด้านหลัง ไหล่-ลำตัวขนานพื้น แต่ต่างที่ต้องหมุนไปด้วยยแค่นี้ (เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลยอ่า)
- Flying Spins เรียกจากท่าเข้าหมุนท่าอื่นด้วยการเพิ่มการกระโดดก่อนเข้าหมุน ส่วนมากจะต่อด้วย Camel หรือ Sit Spin เป็น Flying Camel หรือ Flying Sit Spin และมีท่า Death Drop ที่จัดอยู่ในประเภทนี้ด้วย
- Combination Spins อันนี้คือการรวมท่าหมุนทุกท่าที่เราทำได้แล้วมาต่อกัน ใช้พลังมากมายเลยอ่ะ อิอิ แต่สนุกดีเหมือนกัน ตรงที่มันวัดได้เลยว่าเราแน่นท่าหนมุนแค่ไหน และมันก็ช่วยให้ท่าหมุนเดี่ยวๆแต่ละท่าเราชัวร์ขึ้นด้วย ถึงจะเพิ่งหัดหมุน พอได้นิดๆหน่อยก็แนะนำว่าควรจะลองเล่นดู แล้วจะทำให้เสก็ตสนุกขึ้นเยอะ
คราวนี้เรามาเข้ารายละเอียดของท่าประเภท Upright Spin กันก่อน โดยเริ่มจากเบสิกที่สุดคือ...
TWO-FOOTED SPIN คือการหมุนด้วยขาทั้งสองข้าง (มีรูปให้ดู ทำไว้นานแล้ว) ส่วนการฝึกเริ่มจากการเกาะขอบลานฝึกเท้าให้ไหลเป็นวงคล่องๆก่อนแล้วค่อยขยับไปทีละเสต็ป
ONE-FOOTED SPIN คือการหมุนด้วยขาเดียว ส่วนการฝึกเราจะมาต่อจาก Two-footed level สุดท้ายกัน... แล้งค่อยๆต่อไปท่าอื่นที่อยู่ในประเภท Upright Spin เลยนะ เราจะไม่แยกเหมือนหนังสือเสก็ตเล่มอื่นนะ (ปวดกบาล จะแบ่งเยอะไปไหน มันคือประเภทนี้น่ะแหละน่า)
- Forward Open Spin
- Back Open Spin
- Forward Scratch Spin
- Back Scratch Spin
- Change Footed Spin
- Crossfoot Spin
- Layback Spin
- Biellmann Spin
ONE-FOOTED SPIN คือการหมุนด้วยขาเดียว ส่วนการฝึกเราจะมาต่อจาก Two-footed level สุดท้ายกัน... แล้งค่อยๆต่อไปท่าอื่นที่อยู่ในประเภท Upright Spin เลยนะ เราจะไม่แยกเหมือนหนังสือเสก็ตเล่มอื่นนะ (ปวดกบาล จะแบ่งเยอะไปไหน มันคือประเภทนี้น่ะแหละน่า) เอาเป็นว่าจะสอนท่าธรรมดาไปก่อน แล้วส่วนท่าย่อยอื่นๆไว้จะอธิบายว่ามันต่างกันยังไงให้แทนแล้วกัน
จาก Two-Footed Spin level 3 ทำให้คล่อง และจังหวะที่หมุนด้วยขาข้างเดียวทำได้นานขึ้นค่อยไปต่อ อันนี้ไม่มีอ็อปชั่นให้เลือกมากเว้นแต่คล่องระดับนึงไปแล้ว ส่วนวิธีที่จะทำให้ทรงตัวได้ก็แค่ทำ one-foot glide โดยเริ่มจากท่า FORWARD GLIDES/FORWARD STROKING แล้วยกเท้าขึ้นข้างนึง
- Forward Open Spin จากที่สังเกตคนอื่นเล่น ท่านี้ไม่ค่อยมีใครใช้จริงๆจังนะแต่จะใช้เป็นส่วนนึงของท่า one-foot spin มากกว่า สังเกตตอนที่เข้าจังหวะหมุนดีๆ ช่วงที่เริ่มหมุนสาม-สี่รอบแรกจะเป็นท่านี้ที่เค้าใช้แล้วตามด้วยเก็บขาเข้าเพื่อให้หมุนได้เร็วขึ้น นานขึ้น แตก็เห็นบางคนที่ใช้ท่านี้ซ้อมเหมือนกัน คิดว่าที่ใช้เป็น open คือยกข้างที่เป็น free leg ไว้ระหว่างที่หมุนโดยไม่เก็บเข้า น่าจะเป็นการฝึกทรงตัวเวลาหมุน อ่อ ใช้เป็นท่าฝึกก่อนทำ Layback Spin ด้วย (ที่ส่วนมากจะเป็นผู้หญิงกับกระเทยทำน่ะ) การฝึกให้ยกขาได้สูงๆก็อาศัยความแข็งแรงของขา กับความยืดหยุ่นด้วย ท่านี้จะดูดีขึ้นถ้าขาขาวเกือบตั้งฉากกับขาซ้ายที่เป็นแกนหมุน
- Back Open Spin ก็คือท่าเดียวกับ Open Spin ที่เขียนอธิบายอยู่ข้างบนเนี้ยแหละ แต่ต่างแค่ขา ปกติจะทำ one-foot กันด้วยข้างซ้ายที่จะเป็นแกนหมุนและหมุนทวนเข็มนาฬิกา ซึ่งจะเป็นการหมุนไปข้างหน้าถ้าสังเกตดีๆ เลยเรียก Forward ส่วน Backward จะใช้อีกข้างแทนในขณะที่ทิศทางหมุนยังคงเป็นหมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างเดิม ส่วนของการทิ้งน้ำหนักลงที่เท้ายังคงเป็นจุดเดิม คือ Spin Rocker ที่อยู่ในภาพนี้
สำหรับการฝึกจะไปกล่าวถึงในส่วนของ Back Scratch Spin นะ
- Forward Scratch Spin โดยปกติแล้วจะใช้ขาซ้ายเป็นแกนหมุน และทิศทางการหมุน หมุนทวนเข็มนาฬิกา ส่วนในจังหวะสุดท้ายขาขวาที่เป็นฟรีเลคจะเหยียดตรงลงไปไขว้อยู่ด้านซ้ายของเท้าซ้าย (ฝึกต่อจาก Forward Open Spin ได้เลยนะ :)) ไม่รู้ว่าใครเป็นบ้างเพราะเราเหยียดสุดไม่ได้ ถ้าเหยียดสุดจะติดพื้น
- Back Scratch Spin ท่านี้จะเหมือนกับ Forward Scratch Spin ต่างแค่เปลี่ยนเป็นขาซ้ายไขว้มาทางขาขวาแทน
ขั้นตอนการฝึก
· แบบแรก ฝึกจากท่า two-footed spin แต่พยายามให้น้ำหนักลงไปที่เท้าขวาแทนแล้วค่อยๆยกเท้าซ้ายขึ้น ถ้าทำไม่ค่อยได้ก็ไปเกาะขอบลานช่วยได้นะ
· แบบที่สอง ฝึกจาก one-footed spin ทำเป็น change foot คือทำ one-footed spin ปกติเพื่อให้แรงส่งของจังหวะหมุนยังอยู่ (เท้าขวายกขึ้นมาตรงๆ ไม่ต้องไขว้เป็น scratch spin นะ แต่ถ้าคล่องแล้วจะลองไขว้ก็ได้ เท่ากับเป็นการฝึก change-footed ไปด้วยเลย) วางเท้าขวาลงถ่ายน้ำหนักจากขาซ้ายไปขาขวาพร้อมกับค่อยๆยกเท้าซ้ายขึ้นตรงๆหรือจะไขว้ก็ได้นะ (คนที่คล่องแล้วการเปลี่ยนขาจะใช้การวางเท้าแล้วแล่นไปตามรอยที่หมุนอยู่ แล้วยกเท้าอีกข้างขึ้นหรือเปลี่ยนท่าหมุน แต่ย่อเข่าส่งด้วยนะ)
เพิ่มอีกนิดไม่รู้ว่าสอบ ISI Freestyle 3 จะยังมีท่านี้อยู่รึเปล่า แต่ถ้ามีเค้าจะเปลี่ยนสองครั้งคือ เปลี่ยนเป็นขวา (back spin) แล้วเปลี่ยนกลับเป็นขาซ้ายเหมือนเดิมด้วย
· แบบที่สาม... (เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราเองแหละ อิอิ) ยืนเต็มสองเท้าปกติ ถ่ายน้ำหนักลงไปจุดที่จะใช้หมุนของเท้าข้างขวา (ถ้าหมุนทวนเข็มนาฬิกาแบบคนส่วนมาก) ถ่ายน้ำหนักจากขาซ้ายที่เป็น free leg ไปทางขาขวา แล้วเตะขาซ้ายเฉียงออกไปทางด้านหน้า แรกๆอาจจะยกสูงๆไม่ไหว หรือได้รอบสองรอบก็ไม่เป็นไรนะ เอาให้กะจุดหมุนกับน้ำหนักที่จะลงได้ก่อน เพราะคล่องแล้วใช้วิธีนี้ ไม่มันส์แล้วล่ะ เหอๆๆ (คล่องแล้วไปทำวิธีถัดไปได้เลย)
· แบบสุดท้าย โปรๆ (555) LFI (เบลดซ้ายด้านใน) เป็นเส้นครึ่งวงกลมเปลี่ยนเป็น RFI (เบลดขวาด้านในเช่นกัน) ทิ้งจังหวะให้ช้าลงสักนิดแล้วบิดเป็น 3-turn พลิกตัวเข้า back open spin พอจังหวะหมุนเริ่มอยู่แล้วค่อยๆเก็บขาไขว้มาด้านหน้าแล้วเหยียดลงไปเป็น back scratch spin การออกก็แค่ยกเท้าซ้ายออกแล้วเหยียดเฉียงไปทางด้านหลังพร้อมกับกางแขนออก
ปล. มือของสองเสต็ปแรกผิดไปนิด.. :p จริงๆเสต็ปแรก มือจะกางออกด้านข้างเฉียงไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่วนเสต็ปสองพับข้อศอกเข้ามาค่อยๆเก็บบเข้ากลายเป็นเสต็ปสาม
CHANGE FOOTED SPIN เขียนบอกไปแร้วในการฝึก back spin นะจ๊ะส่วนการเปลี่ยนเป็นท่าต่างๆที่เราเป็นๆกันก็แค่ฝึกแต่ละท่าที่จะบอกต่อๆไปนี่ให้คล่องก่อนแล้วเวลาต่อจะไปได้เอง (ยกเว้นการคุมจังหวะหมุนให้ได้นานๆ 555 เพราะอีชั้นก้อยังทำไม่ได้ฮ่า หุหุ)
CROSSFOOTED SPIN อารมณ์เดียวกับ Scratch Spin แต่เหยียดลงพื้นไปวางแล้วหมุนไปด้วยกันเลย โดยลักษณะการวางหัวรองเท้าจะบิดเข้าหากันเล็กน้อย (เหมือนจะไม่ยากนะ แต่ยากอยู่ไม่น้อย อิอิ) จัดเป็นอีกหนึ่งท่าที่เป็น two-footed Spin มีวิธีการเข้าสองแบบคือเข้าแบบ Scratch Spin แล้วเยียดเท้าลงไปแตะพื้น กับเข้าเป็น two-footed spin แล้วเลื่อนเท้าไปไข้วกัน รู้สึกอันหลังจะยากกว่านะ และท่านี้จะใช้แทน Layback Spin ในการสอบและแข่งขันสำหรับประเภท Men ในระบบของ ISI แต่เหมือนว่าจะไม่ค่อยเห็นในการแข่งทั่วไปนะ
LAYBACK SPIN AND BIELLMANN SPIN ท่านี้รู้สึกว่าสมัยนี้ผู้ชายก็ทำได้เหมือนกัน เหอๆๆ แต่ก็ยังคงเป็นท่าบังคับของผู้หญิงอยู่ดี :) ท่าแรกคือ layback จะเป็นท่าที่เอนตัวตั้งแต่เอวขึ้นไปลงมาขนานพื้น (แต่ถ้าตัวอ่อนมากๆห้อยลงไปมากกว่านั้นก็อย่าตกใจไป) และขาขวาที่เป็น free leg (ท่านี้จะเป็น forward spin กรณีคนที่หมุนทวนเข็มนาฬิกา) จะไปข้างหลังแต่จะพับขึ้นมา กางออก หรือยกสูงแค่ไหนก็ขึ้นกับว่าอยู่ตำแหน่งไหนจะทรงตัวอยู่ได้มากกว่า ส่วนคตวามสวยงามจะมาทีหลัง
SIT SPIN, CAMEL SPIN และท่าหมุนอื่นๆจะไปอยู่ในภาคสองนะจ๊ะ ^^
OFF-ICE & ON-ICE SPIN
อันนี้จะขอยกไปโพสลงในส่วนของการหมุนภาคสองเช่นกันนะจ๊ะ
ลีลาบนลานน้ำแข็ง 1 - การเสก็ตขั้นพื้นฐาน ภาคสองCHANGE OF EDGE มาถึงเรื่องที่ยากที่สุดและก็ทำให้สวยยากที่สุดเช่นกัน... ท่ากลุ่มนี้จะเป็นท่าที่ใช้ในการเปลี่ยนทิศทางการวิ่งจาหไปข้างหน้าก็ไปข้างหลัง หรือจากวิ่งถอยหลังก็หันไปด้านหน้าแทน แน่นอนว่าเปลี่ยนเท้า เปลี่ยนด้านเบลด หรืออาจจะเปลี่ยนมันทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน และท่าพวกนี้จะใช้เดี่ยวๆในกรณีที่เป็นจังหวะก่อนเทคออฟ (กระโดด) และจะใช้แบบปนๆกันจนดูเหมือนว่ามั่วๆตอนเป็นท่าบังคับที่เรียกว่า Footwork (ในรายการแข่งขันบางรายการก็มีแข่งแต่แบนี้อย่างเดียวด้วย คนที่ลงนี่โคดเก่งว่ะ) ถ้าเป็นการสอบของสมาคม ISI (คืออะไรบอกไปแล้วไปดูเอาในบทสมาคมเสก็ตเอานู่น) จะมีบังคับว่าต้องทำท่ากลุ่มนี้ประเภทไหนบ้าง ทำด้านไหนซ้ายขวา ถ้าผิดก็คือสอบไม่ผ่าน!! ด้านไหนเรารู้สึกว่ามีไฟล์เก่าเก็บไว้ ถ้าเจอจะเอามาขึ้นให้ทีหลังนะ เอาเป็นว่าสรุกให้ง่ายๆว่ามันจะเปลี่ยนยังไง (ไม่รู้จะอธิบายเป็นภาษาไทยยังไง โทดทีเว่ย อิอิ) - Forward Outside to Inside - Forward Inside to Outside - Backward Outside to Inside - Backward Inside to Outside - ยกเว้นท่า Mohawks กับ Choctaws ที่จะเปลี่ยนขา เปลี่ยนทิศทางการเล่น แต่ไม่เปลี่ยนด้านของสันเบลด
Mohawks ท่าทีบอกก่อนเลยว่าเป็นท่ากลับทิศทางการเล่นที่ง่ายที่สุด แค่ว่าพอจะมีการทรงตัวที่ดีอยู่บ้าง บนขาข้างเดียวนะ!! และที่สำคัญท่ากลุ่มนี้เปลี่ยนแต่เท้าจากหน้าไปหลัง ไม่ต้องเปลี่ยนสันเบลด
Three Turns ที่เรียกว่า three-turn เพราะว่าเส้นที่ปรากฏบนลานจะเหมือนเลขสามง่ะ วิธีฝึกสำหรับคนที่ยังไม่ชัวร์ว่าสามารถยืนขาเดียวแล้วหันเปลี่ยนด้านได้ก็หัดแบบนี้ก่อน...
Choctaws
ท่านี้เหมือนกับ Mohawk นะ แต่ต่างกันที่มีการเปลี่ยนสันเบลดเพิ่มมาด้วย ส่วนดูว่าเป็น inside หรือ outside ก็ดูจากตอนเริ่มเช่นกัน ที่เราเอามาไว้หลังๆนี่เพราะท่านี้มันต้องเชี่ยวแล้วระดับนึงเหมือนกันง่ะ ต้องพอจะคุมเท้าตัวเองและน้ำหนักตัวให้ลงซ้ายลงขวาได้ ซึ่ง three-turn ยังไปทางเดียว ไม่ค่อยมีปัญหามาก (คิดว่านะ อิอิ) ท่านี้เส้นที่ปรากฏบนลานจะโค้งไปด้านขวา และจะเป็นด้านซ้ายแทนหลังจากเปลี่ยนเท้าแล้วนะ ท่านี้จะใช้ในสเต็ปกันซะเยอะเลยด้วย
Brackets
มันคือท่าคล้ายๆกับ 3-turn คือ เปลี่ยนสันเบลดจากด้านในเป็นด้านนอก หรือจากด้านนอเป็นด้านใน และไม่เปลี่ยนเท้า ส่วนที่มันต่างก็อยู่ที่ว่าจุดแหลมๆที่เป็นจุดหันจะทิ่มออกนอกวงแทน ง่ายๆคือมันจะเหมือนวงเล็บแบบนึงอะ ที่แหลมๆออกด้านนอก จะอธิบายวิธีแค่ข้างเดียวเช่นเดิมนะ ไลน์จะโค้งไปด้านซ้าย (ทวนเข็มนาฬิกานะจ๊ะ)
Back Inside Bracket/Back Outside Bracket เริ่มจากการยืนหันหน้าไปทางที่จะไป ทำ 3-turn แบบเล็กๆก่อนก็จะเป็นว่า กำลังแล่นถอยหลังช่ายมะ โค้งไปทางไหนอยู่ให้น้ำหนักลงไปทางส้น ปัดหัวเท้าเข้าในวงเปลี่ยนเป็นหันหน้า รอยอาจจะไม่ชัดเท่ากับเปลี่ยนจากหน้าไปหลังนะแต่ส่วนแหลมๆที่ใช้ส้นเท้ากดไว้จะหันออกนอกวงไง Counters
มันคือ Bracket แต่ว่าหลังจากกลับด้านแล้วจะโค้งไปอีกทาง ซึ่งรอยบนลานจะเป็นตัวเอส ให้หารูปวงกลมที่พื้นไม่ก็จินตนาการเอาว่ามีวงกลมสองวงต่อกันเป็นเลขแปด เริ่มเหมือนเขียนเลขแปด โดยจะเริ่มจากโค้งไปตามวงแรกประมาณครึ่งวง ส่วนจุดแหลมๆที่เป็นจังหวะที่กดหัวจิกล็อกไว้จะหันไปทางวงอีกวงแทน แล้วโค้งไปด้านตรงข้ามกับเมื่อกี้นี้ก็จะได้รูปตัวเอส ส่วนการเริ่มก็ยังคงเป็นตัวบอกว่าจะเรียกว่าอะไร เหมือนเดิม ท่านี้ทำแรกๆละรู้สึกแปลกๆเพราะมันหันขัดๆกับตัวและขาอะ
- Forward Inside Counters
- Forward Outside Counters
- Back Inside Counters
- Back Outside Counters
Rockers
ท่านี้จะใกล้เคียงกับท่าข้างบนนะ แต่ต่างที่ว่าจะง่ายกว่านิดนึงตรงที่มันเป็นการหันเปลี่ยนด้านไปตามธรรมชาติของการเล่น คือ 3-turn ที่กลับด้านแล้วจะโค้งไปอีกทาง และรอยบนลานจะเป็นตัวเอส วิธีการฝึกก็ทำแบบเดิมคือให้หารูปวงกลมที่พื้นไม่ก็จินตนาการเอาว่ามีวงกลมสองวงต่อกันเป็นเลขแปด เริ่มเหมือนเขียนเลขแปด โดยจะเริ่มจากโค้งไปตามวงแรกประมาณครึ่งวง ส่วนจุดแหลมๆที่เป็นจังหวะที่กดหัวจิกล็อกไว้จะหันเข้าวงที่เราแล่นโค้งมา แล้วโค้งกลับไปด้านตรงข้ามกับเมื่อกี้นี้ก็จะได้รูปตัวเอส หน้าหลัง ซ้ายขวาเหมือนกัน (อธิบายง่ายไปมั้ย อิอิ แต่มันก็เป็นท่าของอีกระดับ ซึ่งถ้าทำ 3-turn กับ bracket ได้แล้วก็จะเข้าใจท่านี้มากขึ้นเองอะนะ – คิดว่านะ)
- Forward Inside Rockers
- Forward Outside Rockers
- Back Inside Rockers
- Back Outside Rockers
FOOTWORK
คือการผสม รวมหรือประยุกต์ท่าที่ว่ามาแล้วเข้าด้วยกัน บางทีอาจจะใส่ท่าหมุนและท่ากระโดดที่ไม่เกิน 1 รอบเข้าไปด้วยซึ่งจะบอกในบทต่อๆไป แต่ในการสอบของ ISI จะมีบังคับท่า บังคับเส้นมาให้ว่าจังหวะไหนต้องไปทางไหนด้วย ไฟล์หายแต่ว่าถ้าหาไฟล์เจอจะเอามาขึ้นให้ดู—ว่ายาก...
จบ จบ จบซะที จบเหอะ... เราก็ไม่ค่อยจะชำนาญนักหรอกท่าพวกเนี้ย ทำทีไรได้หัวทิ่มทุกครั้งแหละ ขาไม่แข็งแยงงง~~ T_T มีปันยาอธิบายให้แค่นี้อะนะ... ต่อไปจะขึ้นเรื่องปวดหัวๆ แล้วนะ อิอิ เป็นท่าที่ใครๆก็อยากทำเป็น แต่หารู้ไม่ว่าแอบยากใช้ได้เลย... |
|
|