FD2rFS's profileInteresting knowledge in...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ก่อนจะไปเสก็ต 3 – เรื่องควรรู้เกี่ยวกับรองเท้าและเบลด

    รองเท้าเสก็ต

    รองเท้าเสก็ตลีลาหรือ ฟิกเกอร์เสก็ตจะมี 2 แบบนะ

    1. แบบแรกเรียก Recreational Skate จะเป็นรองเท้าแบบนุ่มๆ ใช้ผ้าปนกับหนัง และจะเหมือนใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้า Sneakers ที่ใช้ใส่เต้นแจ๊สอะไรประมาณนี้ ภาษาอังกฤษเรียกเป็น Leisure หรือ Soft Skate ซึ่งจะมีเบลดติดมากับรองเท้าอยู่แล้วและราคาถูกกว่าอีกแบบที่จะบอก แล้วรองเท้าแบบนี้จะช่วยให้ไม่เจ็บเท้าสำหรับคนที่มีเวลาเล่นไม่บ่อยและไม่ได้เล่นจริงๆจังขนาดจะเล่นท่าแปลกหรือกระโดด (ถ้าใส่แบบนี้แล้วกระโดดไม่ข้อเท้าคนพลิกก็รองเท้าพังน่ะแหละ ต่อให้เป็นเด็กตัวเล็กๆน้ำหนักเบาก็เถอะนะ)
    2. Traditional Skate หรือรองเท้าเสก็ตลีลาที่เล่นท่าได้เยอะ อันนี้ขอเตือนก่อนเลยว่ารองเท้าและเบลดแต่ละรุ่นมันก็มีความสามารถพิเศษของมันเหมือนกันนะเดี๋ยวจะยกตัวอย่างให้ทีหลัง ขออธิบายก่อนว่ารองเท้าแบบนี้มันจะมีหน้าตาเป็นยังไงก่อนแล้วกัน... คือว่า รองเท้าประเภทนี้มีทั้งแบบที่ติดเบลดมาให้แล้วและแบบที่ซื้อแยกเอาเอง แน่นอนว่าซื้อคู่เลยจะราคาถูกกว่าแต่ไม่ควรจะประหยัดสำหรับคนที่เล่นเกินความสามารถของรองเท้ารุ่นนี้ เพราะที่ขายคู่เนี่ยสำหรับคนที่หัดเล่นแล้วอยากจะเอาจริงซึ่งสามารถใช้รองเท้าแบบนี้ได้จนถึงขั้นที่กระโดดแล้วแลนดิ้งลงด้วยขาเดียวนั่นแหละ (ประมาณ ISI Freestyle 1) หลังจากนั้นก็เปลี่ยนได้แล้วเพราะถ้าเจ็บขึ้นมาคราวนี้ไม่ต้องเล่นกันพอดีเพราะข้อมันจะหักง่ายมาก แต่ถ้าเพิ่งหัดเดินแล้วซื้อแบบแยกเนี่ยไม่แนะนำนะ เพราะคนที่เพิ่งเล่นเนี่ยขาที่ยืนจะเอียงๆซึ่งจะมีผลตอนที่ติดเบลดมากๆ เอาแบบที่เค้าติดมาให้ไปก่อนพอยืนมั่นคง ทิ้งน้ำหนักลงที่ขาถูกต้องแล้วจะซื้อแยกเอาแล้วไปให้เค้าติดเบลดให้อันนี้ถ้าเล่นนานมากๆและซี้ๆกับพี่ที่ขายหรือโค้ชที่ทำเป็นอาจจะขอให้เค้าติดให้ฟรีๆเอา อิอิ (ต้องเล่นมานานแบบว่าเค้าเห็นหน้าประจำนะ ไม่ใช่นานแบบนานๆครั้ง อันนั้นคงโดนตบ) สำหรับคนที่ซื้อแยกเป็นครั้งแรกนะ เวลาเค้าติดเบลดเนี่ยเค้าจะใส่น็อตให้ไม่หมดก็อย่าตกใจไปที่ส้นเค้าจะใส่แค่ 2 ตัว ส่วนหัวจะใส่แค่ 3-4 ตัว ประมาณนี้จำไม่ได้ ใช้มานานแล้ว...  ใช้ไปก่อนสัก 2-3 ครั้ง ห้ามกระโดดนะ ยกเว้นกระโดดเบาๆพอได้ หมุนก็เบาๆด้วยล่ะให้เบลดมันเข้าตำแหน่งกลางเท้าของเราจริงๆ (ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเส้นตะเข็บที่หัวรองเท้าหรือกลางฝ่าเท้าเสมอไปนะ เค้าถึงไม่ใส่น็อตให้หมดไง) หลังจากนั้นก้เอาไปติดเพิ่มเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ก็ไม่ต้องสะเออะไปกวนเค้าอีกแล้วนะ...

    การเลือกเบลด

    เบลดคือแถบเหล็กบางๆยาวๆด้านหน้ามีฟันหยักๆ (ที่ทำเราไม่หัวทิ่มเพราะสะดุดฟันมันก็หงายหลังเพราะไปเหยียบหางเบลดตัวเองนั่นแหละ) ที่ติดอยู่ใต้รองเท้าเสก็ตที่เรียกว่า บูทซึ่งอันนี้เนี่ยไม่มีศัพท์ไทยบัญญัตินะ ถ้ามีคงแปลกๆพิลึกๆเอาเป็นว่าทั้งงานเราจะเรียกชิ้นส่วนนี้ที่ทำให้เราโลดแล่นบนลานน้ำแข็งว่า เบลด ตลอดงานเลยแล้วกันนะ ยี่ห้อที่นิยมที่สุกมี 2 ยี่ห้อ คือ John Wilson กับ Mitchel King (MK-ไม่ใช่สุกี้นะเว้ย อย่าเข้าใจผิด) ส่วนการเลือกซื้อนั้นต้องดูอะไรบ้าง?

    • ความโค้งจากหัวเบลดใต้ฟันซี่สุดท้ายจนถึงปลายเบลด (Rocker เราเรียกปลายเบลดที่ยื่นออกมาจากส้นว่าหางว่ะ เพราะมันเกะกะและทำเอาเราหัวทิ่มมาหลายรอบแล้ว!!) ที่เหมาะสมอยู่ที่ (ขนาดเทียบกับวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง) 7 ฟุต
    • ความลึกของร่อง (Radius Of Hollow) ที่สันด้านที่เราใช้ไหลไปบนลานนั่นแหละ (อันนี้ต้องสังเกตดีๆ หยิบเบลดมา เอาสันที่เราใช้เดินบนน้ำแข็งหงายขึ้นจะเห็นว่ามันเป็นร่องโค้งนิดๆ) ความลึกของร่องที่เหมาะสมเทียบกับวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ¾ นิ้ว ถึง 2 นิ้ว เพราะมันจะไม่เจาะน้ำแข็งลงไปลึกเท่ากับแบบที่ร่องลึก ¼ นิ้ว หรือ ½ นิ้ว นอกจากนี้สันของเบลดเนี่ยก็ยังมีทำมาพิเศษอีก 3 แบบ (ที่นิยมกันนะ) คือ แบบ Parabolic แบบ K-Pick และแบบ K-Pick Parabolic (รวมมันทั้งสองอย่างเลย) อ่อ ถ้าใครช่างสังเกตจะเห็นว่าสันเนี่ยมันจะมีลูกเล่นไม่เหมือนกันด้วยนะ ถ้าดูจากส้นรองเท้าส่วนมากสันมันจะตรงลงมาเลยใช่มะ แต่ก็จะมีบางแบบหรือบางรุ่นที่สันมันไม่ได้ตรงแด่งลงมาแต่มันจะมีร่องบีบสันให้ส่วนที่เราใช้เดินบนลานเล็กกว่าส่วนที่ติดกับรองเท้า (สันแบบ Dovetail และ Slimline)  หรือบางรุ่นก็ยังเป็นแบบเหมือนว่าจะตรงลงมาแต่ช่วงเกือบๆปลายสันจะมีโค้งหน่อยๆ (จะเรียกเป็นสันแบบ Tapered)
    • ชนิดของเบลด หมายถึงว่าจุดประสงค์ของเราจะเสก็ตแบบไหน เช่นถ้าเล่นเสก็ตลีลาแบบทั่วๆไปก็ได้หลายแบบเลย แต่ถ้าอย่างไอซ์แดนซ์เนี่ยเค้าจะเน้นเสต็ป และเล่นกันแบบไปกันเป็นคู่แทบไม่ห่างกันเลยตลอดเพลง เบลดของเค้าจะหางสั้นประมาณว่าเกินส้นรองเท้ามาแค่นิดๆจนเห็นแล้วคิดว่าเกือบจะเท่ากับส้นรองเท้าเลยด้วยซ้ำ
    • ขนาดหรือความยาวของเบลด จะวัดกันที่ส่วนที่ติดกับรองเท้านะไม่ใช่ความยาวทั้งหมดตั้งแต่ฟันมันจนถึงหาง แล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะมีทุกไซส์นะบอกไว้ก่อนเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะซื้อ วางแผนไว้เลยว่าถ้ารุ่นนี้ไม่ได้จะเอารุ่นไหนแทน คิดไว้หลายๆรุ่นเลย

    ตอนแรกที่เราซื้อรองเทาคู่ที่สอง เราไปถามราคาในโปรช็อปที่เมืองไทยตอนนั้นมันอยู่ที่เวิลด์เทรดเก่า (ตอนนี้เป็น Central World Plaza) แบบ ที่สันมันไม่ได้ตรงๆธรรมดานะจะบวกจากราคาปกติไปอีก 1500 บาท ส่วนที่ฮ่องกงเราซื้อเบลดล่าสุดที่เราใช้เป็นรุ่น Phantom Special (ที่สันมันจะเป็นร่องบีบเข้า) ที่ Festival Walk ราคาเนี่ยเท่ากันกับ Phantom ธรรมดาเลย แต่ที่เรางงกว่านั้นคือ ที่อเมริกา เบลดที่สันไม่ใช่แบบตรงลงมาราคาจะสูงกว่าเหมือนกัน ถ้าเรื่อง แบบ Parabolic หรือแบบ K-Pick ก็คนละราคาเป็นเรื่องปกติ

    สรุปให้เลยแล้วกันว่าระดับไหนควรจะใช้แบบไหน เฉพาะ 2-3 ยี่ห้อ หรือจะดูชาร์ตเอาก็ได้นะ

    เบลด - MK Blade, Ultima      บูท SP-Teri, Reidelle, Harlick, Jackson (มันแยกไม่ชัดอะว่าระดับไหนควรจะใช้อะไร)

    รูปของหัวข้อ ก่อนจะไปเสก็ต 1 อะไรที่ต้องมี รูปนี้รวมทั้งรองเท้าและเบลดทุกยี่ห้อเลยไปดูเอาเองนะว่ามียี่ห้ออะไรมั่งน่ะ

    เพิ่มเติมอีกนิด

    • -          ถ้าเท้ากว้าง SP Teri หรือ Super Teri จะเหมาะกว่านะ และถ้าตัวหนักด้วยยี่ห้อนี่ดีสุดๆ (กรูเอง KT-2 สะเออะมาก นึกว่าจะดับเบิ้ลดิบได้ดีเอามาปากดว่าโดดไม่ขึ้น หนัก!! และไม่ได้ว่างไปซ้อมเร้ย...)
    • -          เท้าเรียวยาวก็เหมาะกับ Reidelle (เพราะกรูใส่ไม่ได้ ยัดก็ยัดไม่ลงแล้ว)
    • -          Jackson เนี่ยไม่มีแยกให้ดูว่ารุ่นไหนเหมากับเลเวลไหนว่ะ แต่ถ้าไปถามร้านเค้าจะรู้ ก็งงอยู่ว่ารู้ได้ไงเพราะเราดูในเว็บของรองเท้ายี่ห้อนี้เลยน่ะดิยังไม่มีข้อมูลตรงนี้เลย... รึว่ามีแต่เราหาไม่เจอวะ (คู่เก่าของชั้นเอง พอถอดรองเท้าออกมาเท้าเรียวสวยเชียว... มันบีบซ้า!!)
    • -          SP Teri เป็นยี่ห้อที่มีรุ่นน้อยมากๆแต่มันจะมีจุดที่ต่างคือด้านข้างของรองเท้าที่จะเป็นแบบพลาสติกและแบบหนัง รุ่นที่ด้านข้างเป็นพลาสติกแล้วมันจะขาดง่ายและทำรองเท้าพังไปเลย ถึงมันจะแค่นินเดียวก็เถอะ (เจ๊แจ็ค)
    • -          ต่อให้เปลี่ยนรองเท้าเป็นคู่ใหม่เบลดใหม่แต่ไม่เปลี่ยนรุ่นเบลดที่ใช้จะชินกับรองเท้าใหม่เร็วขึ้น (ไม่รู้จริงรึเปล่านะ) แล้วถ้ารองเท้าไม่เปลี่ยนรุ่นด้วยล่ะ จะชินเร็วขึ้นมั้ย น่าจะเนอะ.. (เจ๊แจ็ค)
    • -          ส้นรองเท้าบางยี่ห้อที่มีชื่อติดแบบเป็นน็อตยึงเนี่ย ถ้ามันหลุดก็อย่าไปดึงนะไม่งั้นพังถาวร!! ควรจะค่อยๆไขออกดีๆ
    • -          รองเท้าสั่งตัดราคาถูกกว่าซื้อและจะเข้ากับเท้าได้เร็วกว่า... แต่ก็ต้องดูด้วยว่าสั่งตัดยี่ห้ออะไร ลองเช็คเอานะ... (ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับเท้าด้วยมั้ย ว่าถ้าเท้าไม่ปกติจะราคาสูงกว่าอะไรแบบนี้)
    • -          เบลดทีมีหัวจิกเสริมออกมาข้างๆ หรือ K-Pick ถ้าไม่มั่นใจว่าสามารถกระโดดได้ถูกต้องตามเทคนิคมาตรฐานล่ะก็อาจหัวทิ่มได้นะ (เฮียเปาบอกมา)
    • -          Harlick Finalist คู่สุดฮิตของนักเสก็ตหลายๆคน ไม่รู้ว่าทำไม หนักก็หนัก เจ็บก็เจ็บนาน (ชั้นลองมาแร้วแข็งนรก!! หนักกว่า SP อีกและยังไม่ทันได้ลงไปโลดแล่นในลานก็เจ็บแล้ว) น่าจะเป็นเพราว่ามันหนักและเจ็บล่ะมั้ง มันบุเยอะไง บุตัวที่มันจะมาซัพพอร์ตเท้าเรา แต่ไม่แน่ใจว่ามันเกินไปมั้ยล่ะนั่น...

    ** อยากได้ค่าโฆษณาอะ ** อิอิ

    การลองรองเท้าก่อนจะซื้อและการใส่รองเท้า

    ลานที่สำโรงเห็นเด็กบางคนเล่นก็เก่งแล้วนะยังให้พ่อแม่ใส่รองเท้าให้อยู่เลย แต่จริงๆควรจะใส่เอง ให้ผู้ปกครองช่วยดึงให้เวลาที่เชือกไม่ตึงหรือดูหลวมๆยังจะดีกว่านะ เพราะเวลาดึงเชือกรองเท้าต้องดึงเข้าหาตัวเราจะง่ายกว่า แน่นพอดีกว่าให้คนอื่นดึงให้ด้วย ตอนที่ใสรองเท้าเนี่ยวางเท้าให้ตั้งตรงก่อนนะค่อยผูกเชือกและเวลาผูกจะผูกที่ช่วงตัวรองเท้าแน่นกว่าข้อ ปลายเท้าเราที่อยู่ในรองเท้าจะกระดกขึ้นลงได้แต่จะหมุนเท้าไปมาไม่ได้นะถ้าหมุนปลายเท้าเป็นวงได้หมายถึงว่าอันตรายนะ เท้าจะลื่นเวลาเล่นหรือเกร็งซึ่งจะทำให้ปวเท้าเอาง่ายๆน่ะสิ อ่อ รองเท้าเสก็ตเนี่ยความยาวจะต้องพอดีกับเท้านะ ใส่แล้วนิ้วเท้าต้องไม่งอและไม่เหลือที่ทั้งหัวรองเท้าและส้นรองเท้า เว้นแต่ว่าถ้าเป็นเด็กเนี่ยคนขายที่ชำนาญจะเผื่อให้อีกนิดเพราะเด็กเท้าจะโตเร็ว

    Break in คืออะไร?

    Break in คือการปรับสภาพรองเท้าเสก็ตให้เข้ากับเท้าของเรา(และหายเจ็บซักที) ซึ่งเวลาที่เราซื้อรองเท้ามาใหม่ๆเนี่ย หนังมันจะยังแข็งอยู่และก็เป็นรูปตามแม่แบบที่เค้าทำมา นั่นแหละที่ทำให้เจ็บนรก... ส่วนวิธีปรับสภาพรองเท้าก็มีทำกันหลายวิธี

    1. ปล่อยไปตามธรรมชาติ (สำหรับคนที่เล่นทุกวันหรือเกือบจะทุกวัน) ใส่รองเท้าแบบไม่ต้องผูกเชือกจนสุดนะ เว้นตะขอคู่บนสุดไว้ แล้วไม่ต้องใส่เล่นนานมาก แค่ครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มทีละครึ่งชั่วโมง ซึ่งครั้งที่ 3 หรือ 4 ผูกเชือกเกี่ยวตะขอข้อบนสุดด้วยนะ พอใช้แบบผูกข้อบนสุดได้ครบ 4-6 ชั่วโมง ครั้งต่อไปก็เว้นตะขอคู่บนสุดไว้ใช้จนครบ 4-6 ชั่วโมง คราวนี้ก็ใส่เล่นหรือซ้อมได้ตามปกติแล้ว ก็ใช้เวลาหลายวันอยู่นะแต่ข้อเสียน่าจะน้อยกว่าอีกวิธีที่จะบอก
    2. ใช้ถุงเท้าร้อนๆ (อุ่นๆ) ช่วย โดยเลือกถุงเท้าที่บางๆหรือคู่ที่เราใส่เล่นเสก็ตประจำหรือจะใส่เล่นเสก็ตไปแช่น้ำร้อน ถ้าแน่ใจว่าแช่จนถุงเท้าไม่ดูดน้ำแล้วก็เอามาใส่ทันทีและใส่เข้าไปในรองเท้าเสก็ต [ใส่กา(ร์)ดแข็งด้วยนะ] เดินไปรอบๆในบ้านสักประมาณ 30-45 นาที ถ้าใส่อยู่แล้วรู้สึกเจ็บๆก็นั่งพักก่อนแต่อย่าถอดรองเท้าออกนะ ให้ได้ผลที่ดีที่สุด ทำแบบนี้สัก 3 วันต่อสัปดาห์ รองเท้าคู่ใหม่นี้เล่นในลานอีก 2-3 สัปดาห์ แต่ที่เราเคยอ่านเจอเค้าบอกว่าวิธีนี้จะทำให้รองเท้าเสียเร็วนะ เราก็ไม่แน่ใจอะแต่ส่วนมาก็ใช้วิธีแรกกันนะ

    อ่อ ที่สำคัญอย่าลืมจดด้วยว่าเราใช้เวลาในการปรับสภาพรองเท้า (ให้มันซี้กับเท้าเราได้เร็ว) แค่ไหนด้วยเพราะเวลาที่จะเปลี่ยนคู่ใหม่จะได้รู้ว่าควรจะเปลี่ยนก่อนแข่งกี่วัน (อันนี้ไม่แนะนำให้เปลี่ยนก่อนแข่งนะ ควรจะใช้มาสักพักมากกว่า แต่เผื่อให้เวลาฉุกเฉินที่รองเท้าเก่าดันมาป่วยก่อนแข่งพอดี)

    ปล. ที่เรางงคือ เวลาปรับสภาพบางตำราบอกว่าให้ย่อเข่าเยอะๆแต่บางตำราห้ามทำ ตกลงมันยังไงวะ แต่ถ้าวิธีเราคือใช้แบบปกติที่สุดเพราะเราต้องทำแบบนั้นอีกนาน (มีเหตุผลพอมั้ย)

    การดูแลรักษารองเท้า

    ขอพูดถึงเรื่องการติดเบลดก่อนนะ เวลาที่ติดเบลดครั้งแรก (ถ้าซื้อแยกกันมา) เค้าจะติดให้ไม่ครบทุกรูให้เราใส่ไปลองเล่นดูก่อนเพื่อให้เบลดมันอยู่ในตำแหน่งที่อยู่กลางเท้าเราที่สุดซึ่งแต่ละคนก็มีเส้นกลางเท้าที่อาจจะไม่ตรงกับตะเข็บรองเท้าที่อยู่ที่หัวรองเท้าเสมอไปนะ และเท้าแต่ละข้างก็ไม่ได้มีเส้นกลางเหมือนกันด้วยนะ ส่วนเวลาเอาไปลองใช้หาศูนย์กลางเบลดก็แค่ใส่แล้วลงไปวิ่ง Crossover ทั้งไปข้างหน้าถอยหลังและทั้ง 2 ด้านด้วย จะลองหมุนเบาๆด้วยก็ได้ ใช้ 3-4 ครั้งก็เอาไปติดน็อตเพิ่มได้ แต่อย่าตกใจไปถ้าเค้าก็ยังติดน็อตให้ไม่หมด เพราะว่าจะเหลืออีกรูสองรูเผื่อเวลาปรับหรือเปลี่ยนเบลดใหม่ (แต่ส่วนมากก็เปลี่ยนยกเซ็ท เพราะว่ามันก็พังไปพร้อมๆกัน) เรื่องเปลี่ยนเบลดใหม่แต่รองเท้าเดิมก็ไม่ค่อยนิยมนะ เพราะรองเท้าที่เป็นรูแล้วติดเบลดใหม่เข้าไปก็มีโอกาสโยกเยกอยู่ดี โดยเฉพาะถ้าทำท่า เบลแมนสปิน (Beillman Spin เบลออาจหลุดติดมือมาได้... อิอิ) แล้วก็รองเท้าเดิมเนี่ยเปลี่ยนได้แค่สองครั้งนะ ถ้าเบลดดันพังเร็วกว่ารองเท้า (เล่นยังไงวะ) จะใส่อันที่ 3 เนี่ย เปลี่ยนคู่ใหม่เถอะไม่งั้นคนเล่นอาจจะเดี้ยงถาวรได้!!

    หลังใช้ก็เช็ดเบลดให้แห้งนะ ไม่ควรเก็บรองเท้าเข้าล็อกเกอร์เพราะในล็อกเกอร์จะชื้นและอากาศไม่ถ่ายเท แน่นอนว่ารองเท้าจะขึ้นรา... (แต่ชั้นเก็บเข้าล็อกเกอร์ประจำ ก็ขี้เกียจแบกกลับนิ หนัก... ไม่ควรเอาอย่างนะ ;D) กลับบ้านอย่าลืมเอาออกมาตากด้วย ดึงเชือกออกหลวมๆให้ลิ้นมันแลบออกมาได้จะได้แห้งเร็วๆ ตากในที่ร่มนะ ถ้าเอาไปตากแดดหนังรองเท้าจะแห้งแข็ง เดี๋ยวจะเจ็บเอาง่ายๆ...

     

    การดูแลรักษาเบลด

    หลังจากเล่นเสร็จแล้วเอานิ้วปาดน้ำแข็งออกด้วย เช็ดให้แห้ง เช็ดตามตัวน็อตด้วยนะ อีพวกนั้นแหละสนิมขึ้นง่ายนักแลกลัวไม่แห้งจะตากไว้อีกหน่อยก็ได้แล้วถ้าแน่ใจว่าแห้งแล้วก็ใส่กา(ร์)ดที่เป็นผ้าไว้ซะ อย่าเก็บใส่กา(ร์)ดแข็งเพราะมันเก็บความชื้นแล้วยังฝุ่นเข้าง่ายด้วย เค้าเอาไว้ใส่เวลาเดินในลานเบลดจะได้ไม่ทื่อง่าย แล้วก็ทำความสะอาดกา(ร์)ดแข็งนี่บ่อยๆด้วยนะ เรื่องการลับเบลดเนี่ยเอาไปลับเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มเกาะพื้นไม่ค่อยอยู่แล้ว (ไม่ต้องรอให้หัวทิ่มก่อนนะค่อยเอาไปลับอะ) อย่าไปลับเบลดจากพวกเคริ่องลับเบลดอัตโนมัติ (ที่อเมกาคงมีเครื่องนี้มั้ง แต่ของเมืองไทยต้องให้คนลับให้อยู่ดีนั่นแหละ ครั้งละ 100 บาท) อยู่เมืองไทยไม่มีเครื่องลับก็ไปพี่ที่ร้านโปรช็อบเค้าทำให้ บอกเค้าจะเอาคมแค่ไหนร่องเบลดเอาลึกมั้ยบอกเค้าได้นะ (เอาแบบคมที่เราเล่นได้ด้วยนะไม่ใช่ลับเสร็จลงไปในลานกระดิกไปไหนไม่ได้ อันนั้นจะพาเอาเจ็บตัวมากกว่า) เวลาที่ควรจะลับเบลดโดยเฉลี่ยนะ ก็อยู่ที่ 20-60 ชั่วโมง แล้วแต่ความบ่อยถ้าอย่างแบบไม่บ่อยเลยก็ลับทุกๆ 2 เดือน (ถ้าเล่นไม่บ่อยนะ หรือว่าไม่ค่อยได้เล่น) และก็ควรจะลับเบลดก่อนแข่งสัด 1 อาทิตย์ด้วยนะ

    ดูรูปประกอบได้ในอัลบั้ม "เบลด" นะ

    Comments (3)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Oct. 19
    ดีครับ
    Dec. 26
    ลืมเรื่องของการผูกเชือกรองเท้าสำหรับคนที่มีรองเท้าของตัวเอง... เราเองก็ไม่แน่ใจว่าไอ้วิธีที่เราผูกนี่ผิดหรือถูก แต่น่าจะได้ตามความถนัดของแต่ละคน รองเท้าที่ว่าคือแบบหนังแข็งๆที่ใส่แล้วสุดจะทรมานนั่นแหละ เราจะผูกแบบเงื่อนพิรอดแค่ขั้นแรก คือแค่พันกันเฉยๆแล้วเกี่ยวที่ตะขอมันเลย เกี่ยวลงนะ จะล็อกส่วนข้อเท้าได้ดีกว่า (ปกติจะเกี่ยวขึ้นใช่ป่ะ) ส่วนความหลวมเค้าบอกกันว่าให้สอดนิ้วเข้าไปได้ 2 นิ้ว แต่เตือนไว้ก่อนเลยว่า ส่วนหัวถึงข้อพับต้องผูกแน่นๆ (ดึงยากหน่อยนะ) ให้เท้ากระดกขึ้นลงได้แค่นั้นพอแต่อย่าให้เท้าหมุนเล่นได้ไม่งั้นเดี๋ยวข้อเท้าพลิกเอาเพราะรองเท้าหลวม... มีอะไรอยากรู้อีกบอกมาได้นะ
    June 1

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://done-it-or-not.spaces.live.com/blog/cns!EEAF0CF8F09C6FEE!182.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None