FD2rFS's profileInteresting knowledge in...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ลีลาบนลานน้ำแข็ง 1 - การเสก็ตขั้นพื้นฐาน

    เรื่องพวกพื้นฐานเนี่ย ไม่อยากจะแนะนำเร้ย เพราะทุกวันนี้เราเองก็ใช่ว่าจะแน่นอยู่นะ เดินๆอยู่ดีๆบางทีหัวทิ่มไปซะงั้น หรือบางทียืนคุยกับเพื่อนอยู่ในลานเฉยๆแค่นั้นน่ะแหละ ลงไปนั่งที่พื้นเฉยเลย วิ่งอยู่กลิ้งลงไปที่พื้นก็บ่อยด้วย แล้วการล้มที่เจ็บที่สุดมี 2 กรณี คือ ล้มจากท่า Spiral (เดี๋ยวจะอธิบายในตอนท้ายๆ) กับท่ากลุ่ม Turn ซึ่งดูไม่มีอะไรและเป็นท่าที่ไม่ได้ใช้ความเร็วอะไรเลย แต่ดันเจ็บนรก เจ็บกว่ากระโดดแล้วลงมายืนดีๆไม่ได้ซะอีก ส่วนพื้นฐานเนี่ยดันเป็นส่วนที่สำคัญด้วยดิ (แต่เราก็ไม่ได้กะจะเอาจริงเอาจังนิ) ทำไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าสอนไม่ได้ซักกะหน่อย เป้าหมายเดียวกันมันมีที่มามากกว่า 1 วิธีนะเว้ย แต่เราดันกระโดดข้ามไปบางขั้นซะงั้น อิอิ แหม ถ้าเราไม่ข้ามเราจะรู้มั้ยล่ะว่าถ้าข้ามมาแล้วมันมีผลยังไงน่ะ (ก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีไง) แล้วเราก็ไม่ขอกล่าวถึงเรื่องระดับการสอบตอนนี้หรอกนะ เอาเป็นท่าไปก่อน แล้วค่อยเทียบท่ากับแต่ละระดับให้ทีหลัง (คอยติดตามเองแล้วจะรู้ว่าทำไมถึงเอาท่ามาขึ้นให้ก่อนที่จะเรียงตามระดับ)
    ก่อนจะเริ่มเดินหน้าก็ต้องมารู้จักกับการทิ้งน้ำหนักลงที่เบลดกันก่อน เรื่องคือ เวลาที่เราเล่นจะมีอยู่แค่ด้านซ้ายกับด้านขวา ซึ่งลานมาตรฐานจะให้เราเล่นไปทางด้านซ้าย คือเป็นการวิ่งแบบทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้นถ้าเราวิ่งไปข้างหน้าปกติจะใช้สันเบลดด้านนอกของเท้าซ้าย (เราจะใช้ว่า LFO นะมาจาก Left Forward Outside) และใช้สันด้านในของเท้าขวา (เราจะเรียกย่อว่า RFI มาจาก Right Forward Inside)
    ปล. ตัวย่อที่วงเล็บไว้คือตัวย่อมาตรฐานที่เค้าจะใช้กันนะ ไม่รู้ว่าพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างรึยังว่ามันย่อยังไง

     

    สรุป Edges เผื่อจะเข้าใจมากขึ้น

    • LFO - Left Forward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
    • LFI – Left Forward Inside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
    • LBO - Left Backward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
    • LBI – Left Backward Inside = การเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาซ้าย ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
    • RFO – Right Forward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
    • RFI - Right Forward Inside = การเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
    • RBO – Right Backward Outside = การเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านซ้ายด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านขวามากกว่าด้านซ้าย
    • RBI - Right Backward Inside = ขอบการเคลื่อนที่ไปด้านหลังโค้งไปทางด้านขวาด้วยขาขวา ซึ่งจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่สันเบลดด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา
    • RFF/LFF - Right/Left Forward Flat = การเดินหน้าที่ใช้สันเบลดทั้งด้านนอกและด้านใน ด้วยการทิ้งน้ำหนักลงเท่าๆกัน
    • RBF/LBF - Right/Left Backward Flat =การเดินถอยหลังที่ใช้สันเบลดทั้งด้านนอกและด้านใน ด้วยการทิ้งน้ำหนักลงเท่าๆกัน 

    FALLING - เรื่องการล้ม (ขอคั่นรายการนี้สนึงนะ เพราะหลายๆคนแค่ก้าวลงไปเหยียบน้ำแข็งก็คงได้หัวทิ่มก่อนที่จะเริ่มเดินหน้าอะนะ... เป็นลางดี๊ ดี เนอะ อิอิ.. ~~เยาะเย้ยสุดๆ แต่ตัวเองก็เป็นอยู่บ่อยๆเหมือนกันทั้งๆที่ขึ้นกระโดดหมุนสองรอบกะเค้าไปบ้างแล้ว - แหมสี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งเลยนิ) เรื่องแบบนี้จริงๆก็ควรจะสอนกันนะแต่ทำไมไม่ค่อยมีใครสอนเลยล่ะ จะว่าเราไม่เห็นเองก็ไม่น่าจะใช่นะเพราะเราก็อยู่ในลานนานๆประจำเวลาที่ผู้ปกครองพาเด็กมาส่งให้คนสอนก็สอนเดินกันเลยแล้วจะล้มยังไงก็ช่างแกแบบนั้น... แต่ชั้นจาสอนก่อนเดินใครจาทำมัย -คิดว่าตัวเองเป็นเทวดาจากไหนเหรอถึงจะไม่ล้มเลยในระหว่างที่หัดเดินน่ะ- เวลาล้มเนี่ยก็ล้มไปปล่อยให้ไหลไปตามแรงที่เราวิ่งมา (ถ้าเจือกวิ่งเร็วเองก็ช่วยไม่ได้ล่ะ งานนี้) ห้ามฝืนนะ ถ้าฝืนไว้กระดูกจะหักได้เลยนะ แล้วก็พยายามอย่าล้มเอาหน้าลงเดี๋ยวไม่สวย!! หรือเอาหลังลงแบบนอนเพราะหัวจะกระแทกพื้นเอา ส่วนมือก็อย่าเอาลงพื้นนะ -พยายามเก็บมือไว้ดีๆ ยกไว้สูงๆเลยก็ได้- ถ้าคนที่ตามมาอาจจะหลบให้ไม่ทันทับมือล่ะยุ่งเลยนะ เว้นแต่ว่าจะลุกขึ้นก็ค่อยเอามือยันพื้นไว้ 2 ข้าง ตั้งขาขึ้นข้างนึงระหว่างมือทั้งสองข้างและค่อยๆลุกขึ้นยืน +ระวังจะหัวทิ่มลงไปอีกรอบด้วยนะ ถ้าอยู่ใกล้ๆขอบก็เกาะเอาจะดีกว่า 

     

    STROKING SKILL - การเดินหน้า  

    ก่อนจะเริ่มท่ากลุ่มนี้ก็ขอบอกวิธีสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเสก็ตเลยก่อนแล้วกันนะ ลงไปในลานแล้วเดินเกาะขอบลานไปก่อนด้วยการย่ำเท้าเหมือนเดินพาเหรดนั่นแหละ ค่อยๆลองปล่อยมือแบบกางแขนอยู่เหนือขอบลานเพื่อเวลาจะล้มก็จับไว้ไง ให้น้ำหนักอยู่ที่กลางเท้านะ เอนไปเอนมาจะล้มให้ย่อเข่าลง ตัวตั้งตรง (ตั้งฉากกับพื้นไว้) ปัญหาของคนที่ไม่เคยเล่นจะคุมเท้าไม่อยู่ซึ่งงานนี้ก็ต้องอาศัยว่าเล่นบ่อยจนชินก็จะคุมได้เอง โดยในช่วงแรกๆที่พยายามคุมเท้าให้ไปตรงๆอาจจะเกร็งๆไปบ้างนะ แต่ก็ไม่มีอะไรยากไปกว่าพยายาม ตอนเราเริ่มเราก็เคยเล่นโรลเลอร์เบลดมาบ้างแล้ว ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการบังคับเท้าตัวเองอยู่ดี แต่พอเราเล่นไปสักพัก เริ่มหัดแล่นขาเดียวก็จะเริ่มคุมเท้าได้เอง เพราะถ้าคุมไม่ได้ก็ยืนไม่อยู่ไง มาต่อเรื่องความเร็วสำหรับคนที่เพิ่งเล่นก่อนที่จะเริ่มเข้าท่ามาตรฐานที่เค้าจัดไว้ เพราะคนที่เพิ่งเริ่มเล่นจะมีปัญหาเวลาที่เริ่มไหลไปได้ก็จะเอนไปเอนมา วิธีฝึกคือใช้วิธีเกาะขอบลานดึงตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆจนเริ่มไปได้ระยะที่ไกลขึ้นแล้วตัวไม่เอนไปเอนมามาก คราวนี้ดึงตัวเหมือนเดินแต่พอขาเริ่มไปก็ปล่อยมือ ให้ได้ระยะที่ไกลขึ้น

    ระวังเรื่องเท้าและตัวด้วยว่า รักษาให้น้ำหนักอยู่ตรงกลาง และตัวตรงเสมอนะ (ทุกท่านะ ย้ำว่าทุกท่าเว้นแต่ว่าเริ่มโปรฯแล้ววิ่งเร็วขึ้นจะโน้มตัวไปทางข้างหน้า) การย่อเข่าและกางแขนออกไปด้านข้างช่วยได้อีกแรงด้วยนะ ซึ่งย่อเข่าแบบเกือบจะเป็นท่านั่งเลย ย่อเยอะมากๆ ของเราไม่ได้ย่อเยอะขนาดนั้น (เราทำไม่ได้ เจ็บเข่าว่ะ) แต่มันก็ช่วยให้ขาแข็งแรงขึ้นนะ

    1> FORWARD SWIZZLE, SCULL อธิบายง่ายๆคือท่าเลมอนอะนะ เพราะรอยบนลานน้ำแข็งที่เราแล่นไปจะเป็นรูปหยักคล้ายกับผลเลมอนไง ทิ้งน้ำหนักไปทางส้นเท้าหรือเกือบๆถึงหางเบลดน่ะแหละ แยกปลายเท้าออกเล็กน้อย ย่อเข่า ปล่อยให้เท้าเลื่อนไปข้างหน้าให้กางพอประมาณ คราวนี้ถ่ายน้ำหนักไปที่ช่วงปลายเท้าเกือบๆถึงฟันซี่สุดท้ายใต้เบลดนะ (คนที่เพิ่งหัดจะเกร็งนิดๆล่ะ) หันปลายเท้าเข้ามาเล็กน้อยให้แล่นมาคู่กันได้ ค่อยๆยืดตัวขึ้น ใช้การย่อ-ยืดจะช่วยให้ไปได้ง่ายขึ้นนะ ส่วนจังหวะยืดซึ่งเท้าจะคู่กันพอดีเนี่ยจะฝึกการคุมเท้าได้ดีเลย เวลาที่ดึงเท้าเข้ามาชิดกัน ให้ดึงมาคู่กันแบบน้ำหนักตัวลงตรงกลางระหว่างเท้า 2 ข้าง ลงไปที่สันเบลดทั้งด้านในด้านนอกเท่าๆกัน (เป็น Flat Edges) ตรง ค่อยๆยืดเข่าขึ้นด้วย แต่ไม่ต้องยืดเข่าจนสุดแบบยืนปกตินะ ย่อไว้นิดๆกันล้ม

    2> FORWARD GLIDES/FORWARD STROKING ท่านี้คือการแล่นไปข้างหน้า ด้วยการยืนให้เท้าเป็นตัว V ขาข้างที่ถนัดอยู่หน้าซึ่งจะเป็นขาที่จะแล่นไปอะนะ แล้วอีกข้างอยู่ข้างหลังจะเรียกว่า Free Leg ย่อเข่าลง ใช้เท้าข้างที่อยู่ด้านหลังดันให้ขาอีกข้างที่บอกเป็นข้างที่ยืนแล่นไปข้างหน้า ตอนที่ดันตัวไปข้างหน้า ใช้ส่วนกลางของเบลดนะ

    • สำหรับคนที่หัดใหม่ (level 1): ลองวิธีนี้ดู ยืนเป็นรูปตัว V ข้างที่เป็น Free leg วางไว้ด้านหลัง ย่อเข่าแล้วดันขาที่ยืน (Skating leg) ไปข้างหน้า ดึงข้าง Free leg กลับมาวางคู่กับขายืน (Skating leg) คนที่เพิ่งหัดท่านี้จะไม่เร็วนัก เพราะจังหวะที่ดันตัวไปข้างหน้าไม่ได้ออกแรงมาก (ดีแล้ว) การดึงขาอีกข้างมาวางคู่แล้วเริ่มใหม่จึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ด้วยความเร็วที่ไม่มาก แน่นอนว่าพอวางเท้าคู่กันจนกระทั่งหยุด (หรือเกือบๆจะหยุด ถ้าทำได้) กลับมาวางเท้าเป็นตัว V ใหม่โดยจะสลับขาวางหน้า-หลังกับครั้งแรกก็ได้หรือจะทำข้างเดิมให้ชินก่อนก็ได้ คือจะทำให้ชินไปทีละข้าง หรือเอาให้ได้พร้อมๆกันทั้งสองข้างไปเลยก็ได้
    • ถ้าเริ่มคล่องแล้ว (level 2): เริ่มแบบเดียวกัน แต่พอดันตัวไปข้างหน้าแล้วให้ค้างไว้สัก 3-5 วินาทีก็ดีนะ (ให้ได้ระยะทางประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงตัวเอง) ดึงเท้ากลับมาคู่กันแล้วอีกข้างดันไปข้างหลังต่อเลย โดยใช้ ส่วนที่เรียกว่า ball of the foot ตรงส่วนโค้งใต้สุดของเบลด และใช้สันด้านที่อยู่ด้านใน (ดูในรูปเบลดจะะเป็นจุด  Spin Rocker นะ)

    3> BACKWARD SWIZZLE, SCULL เช่นเดียวกับท่า Forward Swizzle เพียงแต่เปลี่ยนเป็นถอยไปข้างหลังและน้ำหนักลงสลับกันเท่านั้นเอง โดยเริ่มจากย่อเข่าทิ้งน้ำหนักไปที่ Spin Rocker (ส่วนหัวใต้เบลด) แล้วค่อยๆถ่ายไปเป็นส่วน Rocker คือเกือบๆถึงหางเบลดพร้อมๆกับบีบเท้าเข้ามาคู่กันและยืดตัวขึ้นทำแบบเดิมต่อ จำไว้ว่ารักษาตัวให้ตั้งฉากกับลานเอาไว้ ถ้ากางแขนด้วยจะช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้นนะ

     

    4> BACKWARD GLIDES มันคือการแล่นขาคู่ หรือขาเดียวปกติอะ ถ้าขาคู่ก็เริ่มจากท่าข้างบนก่อน แต่ทิ้งจังหวะที่เท้คู่กันให้นานๆ แค่นั้น ได้แล้วก็หัดขาเดียวต่อได้เลย ต้องแน่ใจว่าจังหวะที่เท้าคู่กันน่ะ น้ำหนักลงเท่ากันทั้งสองเท้านะ และไม่โงนเงนด้วย จากนั้นค่อยๆยกเท้าขึ้นตรงๆ ท่าจริงๆคือเท้าข้างที่ยกจะมาอยู่ที่เข่าพอดี (กำลังงามเลยล่ะ) แนะนำว่าหัดข้างที่ไม่ถนัดก่อนจะได้รู้ว่าจะยืนยังไงไม่ล้มแล้วค่อยหัดอีกข้างก็ได้ (น่จะได้เร็วกว่าอะนะ) หรือะลองไปพร้อมๆกันทั้งสองข้างเลยก็ได้นะ อันนี้แล้วแต่ความถนัด

     

    5> CROSSOVER

          5.1> Forward Crossovers ท่านี้เป็นท่าที่ใช้กันประจำ ที่วิ่งแล้วขาไขว้ๆกันนั่นแหละ...

    • level 0 ระดับฝึกหัด หันหน้าเข้าขอบลาน (ถ้าไม่กลัวปากแตกก็ไม่ต้องเกาะ) จะสอนให้ฝั่งเดียวนะ เพราะอีกข้างทำเหมือนกัน ยืนเท้าชิดกันก่อน โดยปกติแล้วจะวิ่งวนไปทางด้านซ้าย เพราะฉะนั้นยกเท้าขวาขึ้นก่อน ไขว้ไปหน้าขาซ้าย วางลงจะยืนแบบไขว้ช่ายมะ คราวนี้ ยกเท้าซ้ายขึ้น เน้นเลยนะว่ายกแบบให้เบลด (ไม่รู้คือไรไปอ่านบทแรกๆมาสิยะ) ขนานพื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนส่วนมากจะล้มกันเพราะตอนนี้แหละส่วนที่เป็นแหลๆที่หัวเบลดอะจะเกี่ยวโดนพื้นทำล้ม (เราเล่นประจำยังล้มเพราะท่าง่ายๆแบบนี้เลยด้วยซ้ำ...) อ่อ ลืมๆ ยกเท้าซ้ายออกมาวางข้างๆเท้าขวา ฝึกไขว้แบบนี้ไปก่อนจนคิดว่ายกเท้าพ้นเท้าอีกข้างแล้วค่อยอาจหาญไปลองระดับต่อไป
    • level 1- ระดับนี้เรายังคงต้องอาศัยขอบลานช่วยชีวิตไปก่อนคราวนี้เรามาฝึกจังหวะที่จะเร่งให้ไปได้เร็วขึ้นกัน (และก็ทำให้เราหัวทิ่มง่ายอีกเช่นกัน) เกาะขอบลานเหอะนะ มันคือทำท่า forward glide นั่นแหละแต่ไม่ต้องดันจริงๆให้ฝึกขาให้ชินก่อน ยืนตรงๆขาขวาปัดเฉียงไปด้านหลัง (ถ้าเทียบกับนาฬิกาขาทจะเหยียดไปทางระหว่างเลขสี่กะห้า)ใช้ส่วนกลางๆเบลดนะ นับถึงสามหรือสี่แล้วดึงขากลับมาชิดหัวเข่า ไม่วางนะแล้วไขว้ไปวางข้ามเท้าซ้าย และคราวนี้ ยกเท้าซ้ายขึ้น (ขั้นแอดวานซ์เท้าซ้ายจะใช้ดันไปด้วย ยาก ขอบอก ยากมากๆๆ) ยกออกไปวางข้างเท้าขวา แล้วทำแบบเดิมจนกว่จะมั่นใจว่าตอนยกไม่ได้เอาหัวจิกโดนพื้นนะ จังหวะไขว้นับแค่สองพอ
    • level 2 คราวนี้ได้เวลาปากแตกสมจัย... อาศัยช่วงโค้งของลานในการฝึกนะ เริ่มจากท่า forward glide แล้วทำท่าตามเลเวลสอง เท้าใช้ดันจริงๆ แต่เบาๆก่อนถ้ารู้สึกมันไม่ไปค่อยออกแรงดันมากขึ้น
    • level 3 - ถ้าระดับที่โปรๆแล้วแทบจะไม่ยกเท้าเลย คือว่าพอเท้าขวาดันเส็ดวางข้างเท้าซ้ายเลยแล้วลากกกก ไปด้านหน้า ผ่านเท้าซ้ายไปแล้วเท้าซ้ายก็ดันเข้าด้านในไปด้วยเลย (ยากกว่าอีก เหอๆ อีชั้นยังทำท่านี้ไม่ได้เลยถ้าเอาเร็วๆอะ อิอิ) แนะนำอีกนิด ดูคลิปที่เค้าแข่งระดับสูงๆกเยอะๆแล้วจะเห็นว่าวิ่งยังไงระดับเนี้ย

           5.2> Backward Crossovers เป็นท่าที่ใช้เยอะกว่าวิ่งไปข้างหน้าอีก โดยเฉพาะถ้าสังเกตดีๆแทบจะวิ่งถอยหลังกันประจำ แต่ถ้าคล่องแล้วจะง่ายกว่า งามกว่าด้วยล่ะ อิอิ (แล้วเราก็ล้มกลิ้งเพราะท่านี้ประจำอีกเช่นกัน ก้อหางเบลดมันชนกานอ่า) ทุกท่าย่อเข่าเสมอ... ย้ำๆเลย

    • level 0 – อันนี้พูดจิงๆว่าไม่รู้ว่าจะสอนตอนเริ่มยังไงว่ะ นอกจากว่าเริ่มจากท่า swizzle ก่อนแล้วทำข้างเดียว คือว่าจิงๆท่านี้จะทำพร้อมๆกันสองข้างช่ายมะ ให้เท้าข้างนึงเอาวิ่งไปทางเดิมปกตินะ แทนที่จะหันหน้าให้หันหลังแทน เพราะฉะนั้นข้างขวาจะอยู๋ด้านในวง ให้เท้าซ้ายแล่นนิ่งๆตรงๆ ส่วนเท้าขวาทำหยักๆแบบ swizzle อะ ท่านี้เอาให้ฝึกจังหวะดึงขาเข้าแทนแล้วกันนะ
    • level 1 – ยังคงทำแบบเลเวลมะกี้อยู่นะ เพิ่มมาอีกอันคือ พอลากเท้าขวามาชิดเท้าซ้ายแล้วค้างไว้ให้คิดว่ายืนได้ ยกเท้าซ้ายขึ้นให้พ้นเท้าขวา ไขว้ไปด้านหน้าเท้าขวา ยกเท้าขวาออกมาวางข้างเท้าซ้าย เริ่ม swizzle ข้างขวาข้างเดียวต่อหนึ่งครั้งทำแบบเดิม มันไปช้าๆอย่าตกใจไปเพราะขั้นต่อไปจะสอนให้ว่าทำไงให้เร็ว
    • level 2 – มาวิ่งเร็วขึ้นๆกัน... ขอข้ามมาแอดวานซ์เลยแล้วกานน ขั้นนี้มียกเท้าแค่จัวหวะเดียวเล็กๆ คือว่าตอนที่ผ่านๆมาจะลากเท้ามาชิดข่ายมะ คราวนี้ลากไขว้ไปด้านหลังขาซ้ายเลยค่อยยกขึ้น แล้วมาวางข้างเท้าซ้าย ให้ห่างเท้าซ้ายประมาณสองฟุต จังหวะที่ดึงขาคือจังวะที่จะทำให้เร็ว ไม่เชื่อลองดึงขาลากไขว้ไปเร็วๆดิ แล้วตัวจะไม่มีการขยับนะ ย่อค้างไว้เลยไปแต่ขาตัวจะตั้งค่อนข้างตรงและเอียงหันเข้าด้านในวงเสมอ เมื่อยว่ะ มากๆด้วย เพราะแทบไม่มียกเท้าเลยจะไปได้เร็ว

     

    STOPS - การหยุด

    จริงๆมันคือพื้นฐานที่ควรจะรู้ก่อน Crossover ด้วยซ้ำ แต่ที่เราเอามาไว้ทีหลังเพราะว่าถ้าทำ Crossover ได้ก็หมายถึงว่ายืนขาเดียวได้ชัวร์แล้ว ซึ่งจะได้ไม่หัวทิ่มง่ายๆเวลาหยุดไง อิอิ แล้วคนที่ยังทำไม่ได้ก็หัดได้นะเว้ย แต่ก็อาจจะไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่ได้วิ่งอะไรเร็วๆ (ซึ่งไม่ต้องหยุดมันก็หยุดให้เองอยู่แล้วว่ะ) แต่กว่าชั้นจะทำได้ก็อาศัยเกาะขอบลานช่วยหยุดอยู่ตั้งนาน

    1> Snowplow Stop เริ่มจากขาคู่ อันนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ที่หัด Forward Swizzle แล้วล่ะ

    • แบบที่ 1 แล่นขาคู่มาแล้วค่อยๆแบะส้นเท้าข้างทีไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ออก แบะแบบปาดออกไปด้านหน้านะ ค่อยๆย่อเข่าพร้อนกับทิ้งน้ำหนักไปที่ช่วงส้นเท้า ง่ายๆคือกดแรงขึ้นๆจนหยุดนั่นแหละ แต่เท้าอีกข้างไม่ต้องขยับนอกจากแล่นไปข้างหน้าอย่างเดียวนะ
    • แบบที่ 2 ก็เริ่มเช่นเดียวกัน แต่บางคนวิธีนี้ก็ง่าย บางคนก็ยากอะนะ มันคือทำแบบข้างบนนั่นแหละ แต่ใช้เท้าทั้งสองข้างทำเหมือนๆกันพร้อมๆเลย แค่นี้แหละ

    2> T-Stop ก่อนเริ่มท่านี้ บอกเลยว่าเป็นท่าหยุดที่ง่ายที่สุด ใช้เยอะที่สุดแต่ว่า มั่นใจมั้ยว่ายืนขาเดียวได้แล้ว สามารถคุมน้ำหนักเท้าพอได้แล้ว... เอาเป็นว่าสอนแต่เบๆให้ไปนะ เริ่มจากแล่นขาคู่มาก่อนเลยยกเท้ข้างที่ไม่ค่อยถนัดขึ้นนิดๆ ขยับไปด้านหลังจะเป็นฉากกะข้างที่ยืนนะ ค่อยๆวางเท้าลงตรงๆ กดน้ำหนักลงเท้าข้างทีวางขัดข้าๆ จนระทั่งอีกข้างหยุดนั่นแหละ มันจะเป็นตัวทีง่ะ เลยเรียกกันว่า T-stop

     

    3> Hockey Stop อาศัยขอบลานช่วยเผื่อเบรกไม่อยู่จะได้เกาะทัน ยืนหันไปซักทาง เอาหันข้างขวาออกนอกลานละกัน เดินๆวิ่งไปพอจะหยุดเอาเท้าคู่กัน พลิกตัวหันหน้าเข้าขอบลานซะ กดน้ำหนักจะลงที่เท้าสองข้างพร้อมๆกัน แต่จะลงเท้าซ้ายมากกว่าเท้าขวา สังเกตดีๆว่าพวกที่เล่นฮอกกี้จะใช้ท่านี้กันเยอะ อาจะให้เค้าสอนให้ได้

               

    4> One-Footed Stop มันคือท่าฮอกกี้สต็อปอะแหละมาประยุกต์ อิอิ ท่านี้ไม่มีสอบในรายการนะเคอะ แต่ว่าถ้าทำ Hockey Stop แม่นๆแล้วลองฝึกท่านี้เล่นๆให้เจ็บตัวดูได้ ลองใช้ขาเดียวดู ถ้ายังคงหันด้านเดิมจากท่าที่แล้วแล้วจะยกเท้าซ้ายขึ้นใช้เท้าขวาเบรก ใช้สันเบลดด้านในมากกว่าด้านนอกนะ

     

    เอาหละ ตอนแรกว่าจะต่อส่วนการกลับตัว พลิกเท้า หันหน้าหันหลัง แต่ว่าดูแล้วอีกบาน ขอแบ่งไปเป็นอีกส่วนนึงแล้วกันนะ อิอิ ขยิบตา

    Comments (1)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    อ่านแล้ว อึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ พวกเล่น สเก็ตนี้ มี หลักอย่างนี้ด้วยหรือ กร๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
     
     
     

    ไม่มีไรทำ นั่ง เหงาๆ แวะเวียน อ่านสเปซชาวบ้าน เรื่อยเปื่อย เหอะๆๆๆ เม้นให้นะคะ

    ____________***__*_**** ___________
    ____________**__**_____* __________
    ___________***_*__*_____* _________
    __________****_____**___****** ____
    _________*****______**_*______** __
    ________*****_______**________*_**
    ________*****_______*_______* _____
    ________******_____*_______* ______
    _________******____*______* _______
    __________********_______* ________
    __***_________*******_** __________
    *******__________** _______________
    _*******_________* ________________
    __******_________*_* ______________
    ___***___*_______** _______________
    ___________*_____*__* _____________
    _______****_*___* _________________
    _____******__*_** _________________
    ____*******___** __________________
    ____*****______* __________________
    ____**_________* __________________
    _____*_________* __________________
    _____________*_* __________________
    ______________** __________________

    June 2

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://done-it-or-not.spaces.live.com/blog/cns!EEAF0CF8F09C6FEE!247.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None