FD2rFS 的个人资料Interesting knowledge in...照片日志列表更多 工具 帮助

Interesting knowledge in Thai Language

The First Online Thai Figure Skate Class... เริ่มจากคนที่ไม่เป็นสู่ฝีมือขั้นสูง

Calendar

正在加载...

SK8fashion FD2rFS

职业
地点
兴趣
just belief...
เช็ครายการได้ว่าลงอะไรไปแล้วมั่งที่นี่นะ แต่บางอันลงไว้แค่ชื่อ..
作者 
作者 
作者 

ขอบคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชม, 

Thank You [English], Merci [France], Mahalo [Hawaii], 谢谢 [CHN], 감사합니다 [KOR], ありがとうございました [JPN], Danke [GER] Takk [NOR]
อย่าลืมโพสต์ด้วยน๊า... หากมีอะไรผิดพลาดก็ขออภัย มีข้อมูลอะไรก็ส่งมาได้นะ... บอกแล้วว่า เขียนตามประสบการณ์เป็นหลัก แต่ก้ไม่ได้หมายความว่าเชื่อถือไม่ได้นะ...

เพราะหลายเรื่องก็มาจากการทดลองเองด้วย ไม่งั้นคงไม่มาลงในนี้ให้เสียเวลาหรอก... เสก็ตให้สนุกนะ....

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。
Eve发表:
มาแร้ววว อีฟอ่านหมดแล้วนะพี่เตย เยอะดี อ่านตาแฉะเลย  เด๋ววจามาอ่านบ่อยๆน้า.. จุ๊ฟๆๆ
5 月 23 日
TTK发表:
ม่ายมีครายมาโพสต์เรยอ่า... แง้ววว..ว...ว....
5 月 18 日

自定义 HTML

ยินดีต้อนรับสู่กีฬาหน้าหนาวในเมืองร้อน
จะหยุดโพสในบล็อกนี้ไว้ ณ ที่นี้ แต่ก็ยังสามารถติดตามเนื้อหาต่อได้จากบล็อกใหม่ ใส่ลิงค์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
เปิดบล็อกเพิ่มเพราะฉะนั้นเลยบอกไว้ก่อนว่าจะเจอข้อมูลเหมือนกันโดยไม่ได้อ้างอิง ในเว็บนี้ http://figureskatethai.wordpress.com/ เท่านั้น ส่วนเนื้อหาก็อดใจรอกันก่อน เพราะตั้งใจจะอัพเนื้อหาขึ้นไปพร้อมๆกับรูปเลย ไม่ว่าจะเป็นวาดเอง หือเอามาจากเว็บก็ตาม
พึงระลึกไว้ว่า ไม่ว่าจะมีหนังสือสอนเสก็ตออกมามั้ย เมื่อไหร่ ก็ขอบอกเลยว่าคงจะไม่ใช่ฝีมือเรา ถ้าเป็นฝีมือเรา จะแจ้งอีกที ยังไงก็ตาม บอกไว้อีกเช่นกันว่า ที่นี่จะเป็นที่แรกที่เปิดเผยเรื่องของเทคนิค การฝึก เรื่องที่เกี่ยวข้องและอื่นๆที่น่ารู้กีฬาเสก็ตน้ำแข็งในภาคภาษาไทย!!!
ถึงยังไงแอดเข้ามาคุยได้ที่ fd2rfs@hotmail.com ถ้าไม่เห็นออนอยู่ จะส่งเมลล์มาก็ได้ รบกวนบอกด้วยว่าได้เมล์จากในนี้ และเยี่ยมชมบล็อกนี้ผ่านเว็บไหนอะไรแบบนี้

ลีลาบนลานน้ำแข็ง 4 - ท่าประยุกต์

ท่าหมุนที่มีพื้นฐานมาจากบทที่เกี่ยวกับการหมุนไปแล้ว โดยบทนี้จะเป็นการอ้างอิง และพูดถึงลักษณะของแต่ละท่ามากกว่า แต่ก็จะรวบรวมมาให้อีกถ้าไปเจอท่าแปลกๆ อาจจะมีบางท่าที่เคยเห็นแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง อันนี้ก็จะขอข้ามไปก่อนเหมือนกันอะ

 

กลุ่ม Sit Spin

- Broken Leg Sit Spin ท่านี้อาศัยความแกร่งของขาสูงมากเพราะว่า ขาที่เป็น Free Leg จะงอออกไปด้านข้างและแทบจะขนานกับพื้นแทน

- Cannonball Sit Spin เป็นท่า Sit Spin ที่เหยียดขาออกไป โดยเอามือจับขาข้างที่เป็น Free Leg ไว้แล้วก้มหัวแตะเข่า ท่าจะเหมือนกับปืนใหญ่ไง เลยเรียกแบบนี้ ^^

 

- อีกท่าที่ไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าอะไร แต่จะเห็นเยอะและไม่จัดว่ายากนักสำหรับคนที่หัด Sit Spin มาได้สักระยะ ท่านี้จะช่วยให้ทำ Sit Spin ได้เก่งขึ้นด้วย ท่านี้หมุนจับขาที่เป็น Free Leg ไว้หรือจะวางบนเข่าข้างที่เป็นแกนหมุนก็ได้ แต่จะก้มหัว เอามือสอดขา หรือจะทำอะไรก็ได้ เรียกว่าอิสระไปเลยล่ะ จะเอาไว้เล่นประกอบเพลงเวลาทำโปรแกรมมากกว่า

 

ลีลาบนลานน้ำแข็ง2-หมุน ภาคสอง

ความเดิมตอนที่แล้ว... ได้เขียนเกี่ยวกับการเข้าจังหวะหมุน และท่าหมุนพื้นฐานในระดับแรกๆไปเรียบร้อยแล้วโดยทั้งหมดเป็นท่ายืนปกติ [Upright Spins] แม้ว่าจะมี layback เข้ามา แต่ก็ไม่ได้ทุกคนที่จะอ่อนปวกเปียกม้วนไปข้างหลังจนหัวอยู่ต่ำกว่าก้นขนาดนั้น ง่ายๆคือถ้าลำตัวยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าก้นก็จัดเป็นท่ายืนไปซะ ไม่ว่าจะท่าหมุนใดก็ตาม การเข้าจังหวะหมุนจะเหมือนๆกัน ส่วนของจังหวะเข้านี้ ไปอ่านได้ในตอนที่แล้วนะจ๊ะ ^^
 

ฉบับนี้ เราจะพูดถึงท่าหมุนที่ไม่ค่อยจะปกติกันบ้าง แม้ว่าท่าพวกนี้จะมีการประยุกต์ไปต่างๆนาๆเล็กๆน้อยๆ (เยอะไปมั้ย -_-“) แต่ในที่นี้จะพูดถึงแค่ท่าที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมว่าเป็นท่าที่จำเป็นในการสอบเลื่อนระดับขั้นก็แล้วกัน มาเริ่มกันดีกว่า

 

SIT SPIN

ท่าในตระกูลนี้เป็นท่าหมุนที่จัดว่าง่าย แต่อาศัยความแข็งแรงของขาสูง(มาก) เพราะเป็นท่านั่งหมุน จังหวะนั่งลงไปน่ะ ไม่ยากหรอก แต่ลงแล้วให้ไม่ล้มน่ะยากระดับนึง ยิ่งตอนลุกด้วยแล้วยิ่งต้องอาศัยความแข็งแรงของขาในการลุกขึ้นมาทำจังหวะออกด้วยเนี่ยสิ ท่าประเภทนี้อาจจะมีการปรับให้พิสดารไปจากมาตรฐานไม่มากก็น้อย โดยหลักๆแล้วจะแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ

- Forward Sit Spin

- Back Sit Spin

- Sit change Sit

- Flying Sit Spin

ส่วนของการเริ่มก็อย่างที่บอกว่าเข้าไปดูในสอนหมุนภาคแรก ส่วนความแตกต่างของแต่ละท่าคือ สองท่าแรก [Forward & Back Sit Spin] จะต่างกันที่ขาข้าบงที่เป็นแกนหมุนเหมือนกับท่า Scratch Spin น่ะแหละ

ส่วนของการฝึก...

Off-ice

  • ยืนตรงเท้าคู่กันค่อยๆย่อเข่านั่งลงให้ก้นเท่ากับเข่า ค้างไว้สักพักแล้วยืดตัวขึ้นมายืนปกติเหมือนเดิม
  • ขั้นต่อมาเพิ่มที่จังหวะนั่ง ค่อยๆยืดขาออกมาข้างหนึ่ง ค้างไว้สักพัก เก็บเข้าแล้วยืดตัวขึ้นยืน
  • แกร่งขึ้นแล้วก็ลองแบบ เหยียดขาออกไปข้างหน้าค่อยๆย่อเข่าลง หรือจะย่อลงไปก่อนค่อยเหยียดขาไปข้างหน้า เก็บเข้าจังหวะที่เหยียดตัวขึ้น
  • แบบสุดท้ายที่อาศัยความแกร่งกันสุดๆคือ เหยียดขาพร้อมๆกับย่อลงมาจังหวะนั่งและเก็บขาเข้าตอนจังหวะที่เหยียดตัวขึ้นก็ได้

อ่อ อย่าลืมทำทั่งสองข้างนะ ไม่ว่าจะฝึกลำดับไหนก็ตาม ^^

 

On-ice

ฝึหบนลานเสก็ตจากท่า Shoot-the-duck จะเป็นท่านั่งที่เขาอยู่ใกล้กับคาง เรียกว่าพับติดตัวเราเลยแต่ขาอีกข้างจะเหยียดตรงไปข้างหน้า ส่วนการทำก็มีทั้งแบบนั่งลงไปแล้วค่อยเหยียดขา หรือเหยียดขาพร้อมๆกับย่อลงก็ได้ แต่แนะนำว่าทำท่าแรกจะดีกว่า ^^ จะได้ไม่เจ็บเข่ามาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่หมุนได้แล้วและต้องซ้อมพวกท่ากระโดดด้วย ฝึกท่านี้ให้ช่วงที่นั่งสามารถได้ระยะทางที่ไกลขึ้นๆ หรือคุมน้ำหนักให้ทรงตัวได้แล้วมาเข้าจังหวะหมุนกันดีกว่า

จากที่สังเกตมีสองแบบคือเข้าด้วยการเริ่มจาก one-footed spin ขาไม่ไขว้กันนะ ค่อยๆเหยียดออกมาด้านหน้า ยกให้สูงขึ้นพร้อมกับย่อตัวลงมาเป็นท่านั่งเหมือนกับการฝึกท่า shoot-the-duck ที่บอกไปแล้วด้านบน กับอีกแบบคือการลากขาที่เหยียดไปด้านหลังในจังหวะที่หักมุมล็อกหัวจิกเข้าจังหวะหมุน ปัดขามาด้านหน้าพร้อมกับย่อเข่าลงมาเป็นท่านั่ง

ระยะของการย่อของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันนะ ในกรณีของคนที่ฝึกใหม่ๆอาจจะทรงตัวอยู่ยาก ย่อลงได้ไม่เยอะ ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเริ่มทรงตัวได้ หรือขาแข็งแรงขึ้นก็ลองค่อยๆย่อลงมากกว่าเดิมก็ได้ ท่านี้สามารถเรียกคะแนนได้ดีหากลงได้สุด อ่อ แล้วอย่าแปลกใจไปถ้าเห็นบางคนอาจจะมีการฝึกที่แปลกไป เช่น การหมุนเป็น Two-footed Spin แล้วย่อลงมาเป็นท่านั่ง อันนี้ก็ต้องอยู่ที่ว่าตัวเองถนัดแบบไหน แต่จริงๆแล้วหมุน two-footed แล้วเข้าเป็น sit spin น่ะ ยากกว่าเข้าเป็นขาเดียวนะ ^^

 

CAMEL SPIN

ท่านี้อาศัยพื้นฐานหลักๆคือการทรงตัวที่ดี (มากๆ) ส่วนท่านี้ก็มีการประยุกต์ออกไปเป็นหลายๆแบบเหมือนกัน เท่าที่ตำราเค้าเขียนๆไว้มี

- Forward Camel Spin

- Back Camel Spin

- Catch Foot Camel Spin

- Curly Camel Spin

- Camel change Camel

- Flying Camel Spin

ส่วนล่าสุดมี Yu-na Camel (เห็นคนที่โพสใน YouTube เขยนกันแบบนี้อะนะ) เป็นท่าหมุน Camel แสมกับ Layback น่ะ แต่ดูๆแล้วจัดว่าน่าจะยากนรกถ้าหมุนได้ไม่เก่งจริง เอาเป็นว่ามาฝึกท่า Camel ปกิกันก่อนแล้วค่อยไปฝำท่าพิสดารในตอนต่อๆไปแล้วกัน

 

Off-Ice

ท่านี้ต้องใช้ความยืดหยุ่นตัวเล็กน้อย ^^ เพราะฉะนั้นยืดขาให้กางได้เยอะๆดัดหลังให้อ่อนซักเล็กน้อย (ถ้าไม่จำเป็นต้องทำ Layback หุหุ) ระหว่างนี้ที่ยังไม่ได้เอาการฝึกท่าที่ช่วยให้ร่างกายมีความอ่อนตัวมากขึ้นก็จะลงให้คร่าวๆไปก่อน ท่านี้อาศัยขาที่สามารถกางได้เกินมุมฉาก แน่นอนว่าควรจะทำได้มากกว่า 90 เพื่อให้สามารถยกขาให้ท่านี้ออกมาสวยงามได้ จริงๆลองไปดูในส่วนของท่าวอร์มจากบท ก่อนจะไปเสก็ต 4 ก็ได้นะ ล่างๆหน่อยจะมีท่า Spiral บอกไว้อยู่ ถึงจะไม่เยอะ ไม่ละเอียด แต่น่าจะพอนึกภาพออกได้บ้าง ฝึกท่านี้แหละ ทั้งในลานและนอกลาน สำหรับนอกลานคงไม่ยากถ้าจะฝึกให้ยืนท่านั้นได้นานขึ้นทีละนิด ส่วนในลานก็ทำท่านี้เป็นเส้นตรง หรืออย่างน้อยก็คุมเท้าได้บ้าง ^^

 

On-ice

ฝึกจากท่า Spiral ทรงตัวให้ขาที่ยกไม่ตก หรือไม่ขยับขึ้นๆลงๆมากนักแล้วค่อยฝึกเข้ากับท่าหมุน

ส่วนการเข้าเห็นอยู่แบบเดียวนะ เท่าที่เห็นๆ คือ จากจังหวะที่ลากขาน่ะ ลดระดับตัวลงมาจนขนานพื้น ส่วนขาก็ค่อยๆยกขึนไปขนานพื้น เรียกว่าสลับกัน กดลำต้วลงพร้อมกับยกขาข้างที่เป็น Freeleg ขึ้น ส่วนเท้าหักมุมเหมือนทำ Three-turn ในจังหวะที่แรงส่งเข้าจังหวะหมุนเริ่มช้าลงเล็กน้อย จังหวะที่ขึ้นไปแล้วก็ทรงตัวให้ดีๆ โดยน้ำหนักจะทิ้งลงไปที่เบลดด้านนอกมากกว่า ลืมบอกไปว่าเป็น Forward Camel spin นะ (ขาซ้ายเป็นแกนหมุน ส่วนขาขวายกขนานพื้น) ส่วนท่า Back Camel ไว้จะต่อให้นะ แต่จริงๆก็ไม่ได้ต่างกันมาก ลองดูไปก่อนก็ได้นะ เหอ เหอ

 

BACK CAMEL SPIN

ท่านี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ ที่บอกไว้ข้างบนมากนัก จะต่างกันแค่ อย่างแรกคือ ขาที่เป็นแกนหมุนจะใช้เป็นอีกข้าง คือข้างขวา (สำหรับรายที่หมุนทวนเข็มนาฬิกา) และท่าเข้า ที่เรียก Spin Entry ที่เข้าเหมือน Back Scratch ปกติ (เท้าจะเป็นหักมุม เหมือน 3-turn) ส่วนลำตัวกดช่วงเอวลงสวนกับยกข้างที่เป็น free leg ขึ้น

 

โดยปกติแล้ว คนที่ฝึกใหม่ๆจะใช้สันเบลดด้านในเวลาหมุนท่านี้ เท่ากับเป็นการหมุนไปด้านหลัง แต่สำหรับขั้นที่สูงขึ้นจะมีการพลิกเบลดเป็นด้านนอกและจะกลายเป็นหมุนไปด้านหน้าแทน ประโยชน์ของการเปลี่ยนเป็นการใช้สันด้านนอกในการหมุนคือจะช่วยให้ตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อย จะดูสง่ากว่าและยังช่วยให้ความเร็วในการหมุนเพิ่มขึ้นด้วย ในทางกลับกัน ถ้าเป็น Back Camel จะกลับเป็นใช้สันด้านในของขาขวา และทิศของการหมุนจะเป็นการหมุนไปด้านหน้า (ในกรณีที่หมุนทวนเข็มนาฬิกาปกติ) [Glossary ใน Skate Journal]

ส่วนท่าอื่นๆที่จัดอยู่ในหมวดนี้โพสไว้ในบทท่าประยุกต์

 

จากส่วนนี้ไป ขอเป็นเวอร์ชั่นแปลจากตำราต่างๆให้ไปก่อนแล้วกัน เพราะอีชั้นเองก็เพิ่งหัดและขาดการฝึกซ้อมไปนานนนน อาจจะอีกนานกว่าจะคืนชีพ หุหุ แต่ส่วนของเนื้อหาเพื่อนำมาเป็นข้อมูลยังมีมาให้อยู่เรื่อยๆนะจ๊ะ

 

FLYING SPIN

- Flying Sit Spin มีวิธีการกระโดดอยู่สองแบบคือ แบบเพิ่มจังหวะกระโดเข้าไประหว่างจังหวะเข้าหมุนจังหวะสุดท้าย (แต่เห็นคลิปของเด็กฝรั่งเค้าฝึกใหม่ๆจะใช้วิธีหมุนไปก่อนสักรอบแล้วค่อยสปริงตัวขึ้น) อีกวิธีคือคล้ายๆกับ axel ที่มีการเปลี่ยนขา ซึ่งจะได้เป็น Back Sit ไปแทน ไม่ค่อยมีคนทำนะ แต่จะเห็นในแข่งบ้าง ถ้าสังเกตดูดีๆอะ (แล้วจะบอกละเอียดในบทที่เกี่ยวกับกระโดดให้นะ)

- Flying Camel Spin หลายคนที่หัดท่านี้ก่อนที่จะไปหัด Sit Spin ด้วยซ้ำ เพราะท่านี้ง่ายกว่า (ตรงไหนวะ) จังหวะที่เหวี่ยงตัวจะเข้า Camel นั่นแหละ ที่จะแทนด้วยกระโดด โดยจะเตะขาขวา (หมุนทวนเข็มนาฬิกา) เหวี่ยงขึ้นไปสูงกว่าระดับขนานพื้นหน่อยในขณะที่ขาซ้ายสปริงตัวตามขึ้นด้วย และจังหวะลงจะลงด้วยขาขวาแทน กลายเป็น Back Camel ไป

- Death Drop จังหวะเข้าคล้ายท่า Flying Camel นะ แต่จะบิดตัวกลับลงมาเป็นท่า Back Sit ทันทีที่เท้าขวาแตะพื้น ส่วนวิธีการฝึกขอไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อน เพราะว่าอธิบายคนที่ฝึกใหม่ๆเข้าใจยากอะ (คนที่เล่นเป็นแล้วจะเข้าใจว่าทำยังไง แต่วิธีการทำเนี่ย ที่ยังไงเราว่ามันต้องมีต่างกันแค่เห็นไม่ชัด)

จุดที่สำคัญของท่าหมุนที่เพิ่มส่วนกระโดดเข้าไปจะต้องไม่ลืมเรื่องการถ่ายน้ำหนักจากขาซ้ายไปขาขวาด้วย (ยกเว้น Flying Sit Spin)

 

COMBINATION SPIN

- Change Footed Spin ไม่มีอะไรมากแค่ทำ one-footed Spin ธรรมดาแล้วเวลาเปลี่ยนขาก็แค่วางอีกข้างนึงลงแล้วยกอีกข้างนึงขึ้น จังหวะที่วางจะเหมือนแล่นไปข้างหน้านิดนึงแล้วบิดเท้าเข้าหมุนต่อ รอยบนลานอาจจะเป็นสองกลุ่มสำหรับมือใหม่นะ แต่สำหรับสอบของ ISIA จะต้องเปลี่ยนกลับอีกรอบด้วย เท่ากับเปลี่ยนเท้าสองรอบ

- Sit change Sit จังหวะเปลี่ยนจะใช้วิธีจิก toe pick ของขาที่จะเปลี่ยนแบบสะกิดเล็กน้อยเพื่อให้มีแรงส่งต่อ

- Camel change Camel เปลี่ยนคล้ายกับ Change Foot ธรรมดาที่บอกไปแล้ว แต่ตวัดขาที่เป็นแกนหมุนขึ้นไปเป็น Free leg แทน จะกลายเป็น Back Camel

- Camel to Sit ท่านี้ไม่มีเปลี่ยน Edge จากท่า Camel แล้ว บิดตัวลงพร้อมกับเหยียดขาไปด้านหน้า (ส่วนมากจะเฉียงๆลง เหมือนบิดตัว) จังหวะที่เปลี่ยนท่านี่ยังไม่แน่ใจว่าทำยังไงให้รักษาระดับความเร็วในการหมุนเอาไว้ได้อะ

- Camel to Layback ไม่เปลี่ยน edge เช่นกัน ทำ Camel แล้วยืดตัวขึ้น ปัดขาข้างที่เป็น Free Leg ไปด้านหลัง จะเหยียด หรือจะงอขึ้นตามความถนัดของแต่ละบุคคล และเอนตัวไปด้านหลังเป็น Layback

นอกเหนือจากนี้ก็แล้วแต่ละบุคคล ขึ้นกับความถนัด ความแข็งแรงของร่างกาย บาลานซ์ หรือกระทั่งกฎการแข่งในรายการต่างๆ

 

 

OFF-ICE & ON-ICE SPIN  

อันนี้ขอนอกเรื่องไปสักนิดนึงว่า เราไปเจอคลิปของนักเสก็ตเกาหลีที่อายุเจ็ดขวบฝึก off-ice แล้วใช้ Spinning trainer แบบที่เป็นคล้ายๆแผ่นพลาสติกพอดีเท้า เราว่าอันนี้ (ไว้จะเอารูปมาให้ดู) มันเหมาะมากสำหรับคนที่หมุนไม่เป็นที่ เพราะมันจะเลื่อนไปตามทางที่เราหมุน แต่มันจะมีอีกแบบที่เป็น วางที่พื้นเฉยๆ (ซึ่งเราเคยลองเล่นแล้ว) เราว่าอันตรายมากถ้าหมุนอยู่กับที่ไม่ค่อยได้ อันนี้มันเหมือนที่เค้าไว้ใช้หมุนลดเอวน่ะแหละ อิอิ ว่าไปฝึกท่าหมุนมีหลายแบบแล้วอต่เราจะถนัด ถ้าเรียนบัลเล่ต์มาใช้ท่าบัลเล่ต์ฝึกก็ยังได้ แค่เอาบาลานซ์ไปก่อน หรือถ้าไม่มีงบ (ตามจุดประสงค์ของเราที่ทำเว็บนี้) ก็ใส่ถุงเท้าหมุนเอา แต่ระวังลื่นนิดนึง (จะใสหมวกกันน็อกก็ไม่ว่าอะไร -_-") ถ้ามันลื่นไปก็ใช้เป็นรองเท้าผ้าเดินในบ้าน ลองเลือกๆดูเพราะมันมีพื้นหลายแบบ เอาพื้นรองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่บ้านตรงที่จะใช้หัดหมุนนะ อิอิ แต่นี้ก็ได้วิธีหัดบาลานซ์เวลาหมุนแล้ว  

ส่วนวิธีการฝึก Position ของท่าหมุนให้ดูสง่าก็ไม่มีอะไรมาก ยืนโพสท่าหน้ากระจก แล้วดูว่าเรายืนแบบไหนแล้วสวย ก็ฝึกโพสบ่อยๆเอา ยืนค้างไว้นานขึ้น นานขึ้น แล้วจะชินเอง ได้ทั้งท่า ได้ทั้งบาลานซ์ อิอิ ลองดู

 

จบในส่วนของท่าหมุนแล้วล่ะ นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นท่าประยุกต์ไป แล้วถ้ามีอะไรเพิ่มเติม หรืออัพเดทก็จะมาเพิ่มไว้ตามแต่ละบท ยังไงคงต้องตามกันเองว่าจะมีอะไรเปลี่ยนบ้าง (บางทีอาจจะลืมลงเป็นประกาศนะ)

 

เสก็ตในต่างแดน

ลานถาวร 3 แห่ง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
Alexandra Palace ที่เกือบจะไปต่อย ผอ จอ กอ ที่พูดจากวนตีนๆ
Streatham Ice Arena ที่ไปแล้วนอยเรยกรู มีแต่คนเก่งเล่น
Lee Valley Ice Center ลานสงบ (แหงดิก็เล่นไปวัน - เวลาที่คนอื่นไม่ไปกันนี่หว่า) ชนิดที่เรียกว่าลานนี้ของข้าคนเดียว มันน่าทำโปรแกรมจังเลยนะเนี่ย แต่ลืมเกลี้ยงเลย ที่เคยแข่งๆไปอะ
ส่วนรูป เหมือนจะใส่เว็บไหนไว้ไม่รู้ ไว้มาลงทีหลังบล็อกเยอะไปไหนไม่รู้ แต่ถ้าเปิดเจอก็... "คุณคือผู้โชคดี!!!" (แค่นี้แหละ -_-")
 
Ice Rink Tour 2 ครั้งกลางดึกฤดูหนาว พร้อมรีวิว เคยเขียนไว้แล้วลองเข้าไปอ่านและดูรูปได้ ไปยังกะทัวร์เก้าวัดยังไงยังงั้นเลยว่ะ
รอบแรก ตะลุยกันแบบเหมือนกลัวตกเครื่องบินเลยส่วนของรีวิว ไม่ได้เขียนไว้แต่ไปรวมสรุปอยู่ในทัวร์รอบสอง
รอบสองไปแบบกระจายวันนะ เพราะทีมทัวร์ไม่ว่างด้วยแล้ว
 
จำไม่ได้ว่าได้เขียนรีวิวรายที่ไว้มั้ย แต่ถ้าไม่ได้เขียนไว้แล้วจำความหลังเมื่อวันวานได้อยู่ ไว้จะมาลงให้ทีหลัง ประทับใจโคตรรร ค่าเล่นแพงนรกแล้วลานแย่มากกกกก

การแข่งขันจากประสบการณ์3

ส่วนคนจะลงแข่งก็ต้องสมัครสมาชิกสมาคมและสมัครสอบวัดระดับไปด้วย ระดับละ 700 แต่ถ้าสอบสองระดับเลยจ่าย 1000 สำหรับกรณีที่ไม่แน่ใจว่าอีกระดับจะชัวร์ว่าผ่านมั้ย ก็คือลงสอบระดับที่สูงกว่าไปก่อน ถ้าผ่านก็ไม่ต้องสอบระดับที่ต่ำกว่าที่ลงสำรองไว้ จำไม่ได้ว่าได้ใบประกาศทั้งสองระดับเลยรึเปล่านะ แต่รู้สึกว่าจะได้ เพราะเราผ่านระดับเดียวง่ะ เพราะระดับที่สูงกว่าไม่ผ่านไปหนึ่ง เซ็งนิดๆ...

ส่วนของการซ้อมก็เฮฮากันไปซ้อมได้เต็มที่มากขึ้นเพราะโปรแกรมเสร็จจากการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งน้องทั้งเพื่อนและ... โค้ช... (กรูควรจะระบุชื่อมั้ยเนี่ย ไม่ละกันนะ) เป็นปีที่ซ้อมได้เฮฮามากที่สุด...

กินขนมระหว่างซ้อมยังกับปาร์ตี้ ทุกครั้งที่หมดรอบก็ไปนั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่ม แถมเดินโอ้เอ้อีกตะหาก

กลับบ้านดึกมากกกก ครั้งนึงที่กลับถึงบ้านตี 1 ลากเพื่อนกลับมานอนด้วยแล้วออกไปลานตอนเช้าพร้อมกัน ว่าไปก็โดนว่าประจำเพราะไปลานตั้งแต่เช้าแล้วยังกลับบ้านซะมืดเลยอีกตะหาก

สัปดาห์ซ้อม... วันนึงได้รอบเช้า ตารางเป็นรอบแปดโมง วอร์มตอนเช้าด้วยการวิ่งจากป้ายรถเมล์ เข้าลิฟท์ วิ่งเข้าลานเสก็ต เกือบไม่ทันแน่ะ เหอๆๆ เพราะกลับดึก ตื่นสายไปนิดง่ะ ไม่อยากจะบอกว่ามีวันนึงที่ได้รอบสุดท้ายเป็นวันที่คนกลับหมดแล้วกระทั่งพนักงานหลายคน เลยได้เล่นต่อจนเที่ยงคืนได้ ทั้งที่จริงๆลานปิดสี่ทุ่ม ขอบคุณน๊าค๊า อิอิ

และหลังแข่งก็ไปบ้านต่างจังหวัดของน้องที่เล่นด้วยกัน ก็เฮฮาหมาไล่งับกันไป 555 ถึงจะพอใจขึ้นมาระดับนึง แต่พอมานั่งดูคลิปที่อัดไว้... ไม่ไหวว่ะ -_-“ พอแล้วกัน อายเค้าว่ะ

และแล้วเราก็มั่นคงว่าครั้งต่อไปเราจะไม่แข่ง... Skate Thailand 2007 เป็นปีที่เราไม่ได้ลงด้วยเพราะเตรียมตัวเดินทางไปเรียนต่อโท... หมดงบประมาณแล้วด้วยน่ะแหละ และยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าจะไม่ลงแข่ง ให้อายเด็กเพราะเดี๋ยวนี้เก่งๆกันทั้งนั้น หลังจากที่นั่งดูผ่านยูทูบจากดินแดนที่ห่างไกล ต้องขอบคุณคนที่อัพโหลดขึ้นมาให้ดูมากๆ

 

ชุดมีแต่ Free Programme ให้ดูอะHost unlimited photos at slide.com for FREE!

 

 

เพลงที่ใช้แข่งครั้งนี้

Short Programme  Scent-Of-A-Woman=Tango.mp3 -

 

Free Programme  Oceanic+Winter - Bond

 

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จ่ายไปกับการแข่งครั้งแรก... (น่าจะราคานี้นะ ไม่ค่อยแน่ใจ)

สมาชิกสมาคม                 1,000

สมัครสอบ 2 ระดับ            1,000

สมัครแข่ง สองรายการ

Short Programme           500

Free Programme            500

ค่าชุดสำหรับ Short Programme จำไม่ได้แต่ประมาณไม่เกิน 5 พัน

ค่าชุดสำหรับ Free Programme ประมาณ 4 พันได้

รวมๆแล้วครั้งนี้จ่ายไป        12,000 โดยประมาณ

 

ปล. Skate Thailand 2005 & 2006 ช่วงสัปดาห์ซ้อมนี่รู้สึกเหมือนจะเขียนสลับๆยังไงไม่รุ แต่เอาเป็นว่าใกล้เคียงกันน่ะแหละ

การแข่งขันจากประสบการณ์ 2

รายการนี้จัดในเมืองไทย ไม่ต้องเสียค่าเครื่องบินไปไหนเลยตัดสินใจลงแข่งไปด้วยเป็นรายการที่เหมือนจะดูยิ่งใหญ่มากกก Skate Asia 2005 ลงระดับ Freestyle 1 ไปเพราะไม่อยากสอบข้ามขั้น (รู้สึกว่าสอบข้ามได้แต่ต้องจ่ายย้อนด้วยมั้ง แต่ใบประกาศได้ใบตามระดับที่สอบใบเดียว) ตอนที่เรียนเสก็ตครังแรก ปีนั้นมีแข่งพอดีที่เวลิเทรด แต่ลงแข่งไม่ทันเพราะมาเริ่มเรียนเอาตอนเดือนกรกฎา แต่แข่งน่ะมันแข่งสิงหา รองเท้าเราก็ไม่มี เพราะเล่นปีแรกรองเท้าลานตลอด

ลงแข่งสามรายการเพราะรู้สึกว่าลงเยอะแล้วราคาต่อโปรแกรมจะถูกลง ถ้าจำไม่ผิดคือโปรแกรมแรกจ่ายเต็ม(หรือสองโปรแกรมแรกประมาณนี้) ส่วนโปรแกรมต่อๆไปรู้สึกจะโปรแกรมละครึ่งราคา ลงประเภทท่าอย่างเดียวที่มี Spiral Waltz Jump กับ Two-foot spin อารมณ์เหมือนสอบยังไงไม่รู้ ประเภทที่สอง ลงที่เป็นเล่นประกอบเพลงเหมือนที่เคยแข่งๆไป และประเภทสุดท้ายลงคู่กับคุณน้องไป เป็นประเภท Jump & Spin ไปสายอีกตะหากเลยไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ขอลงรายละเอียดนะ ช้ำจัยยยย 555

สรุปง่ายๆเลยว่าเป็นปีที่รู้สึกว่าโอเคขึ้นมาหน่อย โปรแกรมเสร็จเรียบร้อย แต่ไปเสียที่ตอนเล่นซะเอง ติดๆไปหน่อย (ประมาณเกร็งๆมากกว่าอะ) และก็เช่นเคย บุคลลที่สามไม่ขอกล่าวถึง แต่ก็ขอบคุณมากๆ บอกได้แค่นี้ เหอๆๆ

เอาให้ดูแต่ชุดพอนะ อิอิ เพลงจำไม่ได้ว่าใช้เพลงอะไร

Host unlimited photos at slide.com for FREE!